ลาบ หลู้ เหล้า เมนูแห่งความภูมิใจของเหล่าชายชาตรี

ลาบ หลู้ เหล้า (หรือใครอาจจะเคยเห็นป้ายที่เขียนว่า เหลู้าบ) เป็นวัฒนธรรมการกินลาบนั้นว่ากันว่ามาจากทางมณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนที่จะเผยแพร่ไปยังลาว ล้านนา และภาคอีสานของไทย ซึ่งก็จะมีเครื่องเทศที่ใช้ปรุง และกรรมวิธีการปรุงลาบแตกต่างกันออกไป แต่มีจุดร่วมกันอย่างหนึ่งคือเป็นเมนูที่มักจะทำกินในโอกาสสำคัญๆ และถือเป็นเมนูแห่งความภาคภูมิใจของเหล่าชายชาตรีกันเลยทีเดียว
.
ทำไมถึงเป็นเมนูแห่งความภาคภูมิใจของเหล่าชายชาตรี?
.
แม้ว่าในอดีตผู้หญิงกับผู้ชายจะแบ่งบทบาทกันชัดเจนคือผู้ชายออกไปทำงานนอกบ้าน ส่วนผู้หญิงดูแลบ้าน ทำอาหาร แต่มีอยู่เมนูหนึ่งที่ผู้หญิงต้องยอมยกครัวให้ผู้ชายครอง นั่นคือเมนูลาบ เพราะปกติการจะทำลาบต้องล้มสัตว์ใหญ่อย่างหมู วัว ควาย ถ้าบ้านใครที่มีฐานะหน่อยก็สามารถล้มสัตว์ใหญ่ที่เลี้ยงไว้ได้เลย แต่ถ้าใครที่ฐานะลองลงมาหน่อย ก็ต้องโชว์ฝีมือด้วยการออกไปล่าสัตว์ ส่วนมากมักจะออกไปกันทีเป็นหมู่คณะ และเมื่อล่าสัตว์ได้ ก็จะนำกลับมาที่บ้านเพื่อปรุงอาหารและแบ่งปันกัน และถือเป็นการประกาศความเก่งกาจของพวกตนเองอีกด้วย
.
ทีนี้เหล่าชายชาตรีที่ออกไปล่าสัตว์มา ก็จะเริ่มแปลงกายเป็น “นักเลงลาบ” ช่วยกันเข้าครัวปรุงลาบอย่างพิถีพิถันให้สมกับที่เหนื่อยยากออกไปล่าสัตว์มา โดยในท้องถิ่นมักจะมีความเชื่อว่าลาบคือยาอายุวัฒนะ และจะให้ดีต้องกินกับเหล้าพื้นบ้าน ที่จะช่วยเสริมรสชาติ และฆ่าพยาธิในลาบได้ เหล่านักเลงลาบก็จะแบ่งหน้าที่กันว่าใครจะเตรียมอะไร
.
นอกจากลาบแล้ว อีกเมนูที่มักจะทำมาควบคู่กันเสมอเนื่องจากใช้วัตถุดิบคล้ายๆ กันก็คือ “หลู้” แต่ที่ต่างกันที่กรรมวิธีการทำ เพราะหลู้จะเน้นเครื่องในและเลือดมากกว่า แล้วโรยด้วยแคบหมู หมี่กรอบ หอมเจียวแดง กินเหมือนกันซดนำซุป
.
และเมื่ออาหารทุกเมนูเสร็จเรียบร้อย เหล่าคณะลาบก็จะมานั่งล้อมวงกันกินลาบ หลู้ พร้อมกับเหล้า เคล้าเสียงดนตรี เพื่อเฉลิมฉลองแด่ศักดิ์ศรีความเป็นชายชาตรี และคลายความเหนื่อยล้าที่ผ่านมา…
.
อ้างอิง:
https://krua.co/food_story/larblulaolanna
https://krua.co/food_story/larb