“ปลาตะเพียน” จานโปรดสุดหวงของขุนหลวงท้ายสระ.ภาคต่อของบุพเพสันนิวาสอย่าง “พรหมลิขิต” ก็นับว่ามาแรงเหลือเกิน โดยในพรหมลิขิตนี้เล่าถึงเหตุการณ์ย้อนยุคของตัวละครอีกหนึ่งคนอย่าง “พุดตาน” ที่ย้อนเวลามายังรัชกาลของพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยใน ep. 7 ที่ผ่านมาเราจะได้เห็นฉากที่แม่พุดตานทำอาหารได้ถูกใจขุนหลวงท้ายสระจึงได้รับเบี้ยเป็นรางวัล โดยหนึ่งในสำรับอาหารนั้นก็คือ “ปลาตะเพียน” นั่นเอง.ปลาตะเพียน เป็นอีกหนึ่งปลาที่อยู่คู่สำรับอาหารคนไทยมายาวนาน โดยคนไทยรู้จักปลาตะเพียนเมื่อไหร่นี้ก็ไม่อาจทราบแน่ชัด แต่ก็ปรากฏให้เห็นผ่านวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนไทยที่อยู่คู่กับสายน้ำ ซึ่งพบหลักฐานมากมายในกรุงศรีอยุธยา เช่นในกฏหมายปลาตะเพียนในสมัยพระเจ้าท้ายสระ, กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงของเจ้าฟ้ากุ้งในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ, ปลาตะเพียนสานจากภูมิสถานพระนครศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอุทุมพร เป็นต้น โดยปลาตะเพียนเป็นปลาที่ก้างเยอะ แต่เนื้อหวานอร่อย และหากินง่าย เพราะมีมาก.สำหรับเรื่องราวของปลาตะเพียนกับพระเจ้าท้ายสระนั้น ปรากฏอยู่ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับบริติช มิวเซียม ซึ่งบอกเล่าถึงกฏหมายในสมัยพระเจ้าท้ายสระที่ห้ามไม่ให้ประชาชนรับประทานปลาตะเพียน โดยมีสินไหมปรับแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนเป็นเงินถึง 5 ตำลึงเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วเนื้อหาในพงศาวดารดังกล่าวยังบอกด้วยว่าพระเจ้าท้ายสระนั้นทรงโปรดเสร็จประพาสทรงเบ็ดไม่ต่างจากพระเจ้าเสือผู้เป็นบิดา.ปลาตะเพียนเป็นปลาที่ทำอะไรก็อร่อยจริง ๆ โดยมีการนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูต่าง ๆ สารพัด ไม่ว่าจะเป็น ปลาตะเพียนทอด ปลาตะเพียนต้มเค็ม ต้มยำปลาตะเพียน ปลาตะเพียนนึ่ง เป็นต้น ไหนใครมีเมนูปลาตะเพียนเด็ด ๆ หรือร้านอร่อย ๆ ก็เอามาคอมเมนต์แบ่งบันกันได้น้าาาา~~..อ้างอิง:https://www.silpa-mag.com/history/article_120365

