ถ้าพูดถึงหนึ่งในอาหารยอดฮิตของคนญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ “นัตโตะ” หรือถั่วหมักก็เป็นอีกหนึ่งอาหารยอดฮิตของคนญี่ปุ่นที่มีปริมาณการบริโภคต่อปีสูงถึง 7.5 ล้านแพ็คเลยทีเดียว แต่วัฒนธรรมถั่วหมักนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอาหารที่อยู่คู่กับชาวเอเชียมานานไม่ว่าจะเป็นเต้าเจี้ยวของจีน เทมเป้ของอินโดนีเซีย ไปจนถึง “ถั่วเน่า” ของชาวล้านนา.“ถั่วเน่า” หรือ “ถั่วโอ่” เป็นอีกหนึ่งอาหารและเครื่องปรุงของชาวล้านนาคล้าย ๆ กับกะปิ แต่เป็นถั่วเหลือง โดยเป็นวัฒนธรรมถั่วเหลืองหมักที่ชาวล้านนาได้มาจากชาวไทใหญ่อีกทีหนึ่ง โดยเป็นถั่วที่หมักกับแบคทีเรียเพื่อถนอมอาหาร มีรสชาติเค็มนิด ๆ และถูกใช้เป็นเครื่องปรุงบ้างในหลายเมนูเช่น น้ำพริกอ่อง จอผักกาด เป็นต้น ว่ากันว่ารสชาติของถั่วเน่าเก่าแก่นี้อร่อยมากจนมีตำนานเรื่องเล่าของพญาละคอนแห่งลำปางที่เอาถั่วเน่าไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่พญาแม่กุแห่งนพบุรีเชียงใหม่ ทำให้ลำปางรอดพ้นจากการถูกเชียงใหม่ตีนั่นเอง.นอกจากจะใช้เป็นเครื่องปรุงแล้ว บางครั้งถั่วเน่าเองก็ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักเหมือนกัน โดยถั่วเน่าที่เอาไปหมักจนราขึ้น จะเรียกว่า ถั่วเน่าซา ซึ่งถั่วเน่าซานี้จะถูกนำไปประกอบอาหารอยู่ 3 แบบหลัก ๆ คือ 1. คั่วถั่วเน่าซา 2.ถั่วเน่าเมอะ คือ ถั่วเน่าแฉะปรุงรสแล้วเอาไปนึ่ง กินกับข้าวเหนียว และ 3. ถั่วเน่าแข็บ คือ ถั่วเน่าปรุงรสรีดเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วเอาไปตากให้แห้งสามารถเก็บได้นานเป็นปี.ถั่วเหลืองนับว่าเป็นถั่วอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ประกอบกับกระแสรักสุขภาพที่มีความนิยมเพิ่มมากขึ้นทำให้ถั่วเน่าเป็นอีกหนึ่งอาหารทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพและมังสวิรัติ ส่งผลให้อาหารพื้นถิ่นภาคเหนือได้ออกโลดแล่นสู่ภูมิภาคอื่น สร้างชื่อเสียงและมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกทั้งรักษาวัฒนธรรมอาหารนี้ไม่ให้สูญหายไปได้อีกด้วย.#จานโปรด#ถั่วเน่า#อาหารเหนือ

