“ไข่เน่า” : ฟักทองชื่อแปลก ของดีเมืองน่าน

ไข่เน่า อาจจะเป็นชื่อที่ฟังแล้วดูไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ช้าก่อน เพราะว่าไข่เน่าที่เราจะพูดถึงนี้ ไม่ใช่ไข่เน่าที่เป็นไข่เน่าจริง ๆ แต่เป็นไข่เน่าที่เป็นชื่อพันธุ์ฟักทองต่างหาก โดยฟักทองไข่เน่านี้เป็นฟักทองที่ปลูกกันในจังหวัดน่านมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว
.
รสชาติเป็นยังไง ทำไมถึงเรียกว่าไข่เน่า?
.
ชื่อของฟักทองไข่เน่า ไม่ได้มาจากรสชาติหรือกลิ่นแต่อย่างใด แต่ชื่อไข่เน่านี้มีที่มาจากสีของฟักทองที่เป็นสีเขียวขี้ม้า ดูคล้ายกับไข่เน่า ดูภายนอกอาจจะไม่น่ากินแต่ภายในนั้นอร่อยเหลือเชื่อ โดยในส่วนของรสชาตินั้นหวานมันกำลังดี มีรสสัมผัสที่เหนียว ๆ หนึบ ๆ เคี้ยวเพลิน แต่อย่างไรก็ดี ฟักทองนี้กลับไม่ได้ปังเท่าที่ควร อีกทั้งฟักทองไข่เน่าพันธุ์แท้ก็กำลังจะสูญหายหรือกลายพันธุ์ไปเสียหมด
.
ฟักทองกลายพันธุ์ แล้วอนุรักษ์กันยังไง?
.
ฟักทอง นับว่าเป็นหนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะกับพื้นที่จังหวัดน่าน โดยในปี 2559 ก็ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ ฟักทอง เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวั แต่ก็มีอุปสรรคในเรื่องของสายพันธ์ุแท้ที่ดูจะสูญหายและกลายพันธุ์ไปจนอาจจะควบคุมมาตรฐานรสชาติไม่ได้
.
สวทช. จึงได้ทำวิจัยเกี่ยวกับฟักทองไข่เน่า โดยคัดเลือกเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ แล้วนำมาวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุกรรมจนสามารถควบคุมคุณภาพได้ และสามารถนำไปจดทะเบียนคุ้มครองพืชท้องถิ่นเพื่อสงวนสิทธิ์ในการพัฒนา ผลิต และจำหน่าย ซึ่งจะทำให้เกิดสิทธิ์ขาดแก่คนในจังหวัดน่านให้สามารถสร้างรายได้จากฟักทองไข่เน่าได้อย่างยั่งยืน
.
ฟักทองไข่เน่า ปังหรือยัง?
.
ในปัจจุบัน ฟักทองไข่เน่าได้ถูกเผยแพร่ออกจากจังหวัดน่านสู่ห้างร้านทั่วประเทศ นอกจากนี้ในส่วนของฟักทองที่ไม่ได้มาตรฐานพอที่จะขายเป็นลูกก็จะถูกนำมาแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากมหาวิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการผลิตและโรงงานแปรรูปจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด
.
โดยผลผลิตแปรรูปมีตั้งแต่ฟักทองผง ข้าวเกรียบ แยม เส้นขนมจีน ไปจนถึงน้ำมัน และเศษซากที่เหลือก็จะถูกนำไปเลี้ยงไก่ ท้ายที่สุดแล้ว ฟักทองไข่เน่า ก็กลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาวจังหวัดน่านอย่างเต็มรูปแบบโดยได้รับการร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน

Reference:
https://www.nstda.or.th/…/bcg-delight-fak-thong-kai-nao/