หากมองย้อนไปต้นกำเนิดขนมจีนยังมีความคลุมเครือ สันนิษฐานกันว่ามาจากภาษามอญ ที่เรียกขนมจีนว่า “คนอมจิน” โดยคำว่า “คนอม” แปลว่าจับกันเป็นก้อน และ “จิน” แปลว่าสุก และเรียกกันเพี้ยนมาเรื่อยๆ เป็นขนมจีนอย่างที่เราเรียกกันในปัจจุบัน
.
อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและวัฒนธรรมมอญ คุณพิศาล บุญปลูก ได้กล่าวว่า “จริง ๆ แล้ว ขนมจีนเป็นอาหารของคนมอญหรือรามัญ คนมอญเรียกขนมจีนว่า คนอมจิน”
.
และคำว่า “คนอมจิน” ยังใกล้เคียงกับคำไทยที่เรียกว่า “เข้าหนม” แปลว่าข้าวที่นำมานวดให้เป็นแป้งและกร่อนเป็น “ขนม” ภายหลัง ซึ่งตรงกับลักษณะคือทำมาจากแป้งและเป็นเส้น จึงเรียกเพี้ยนกันมาว่าขนมจีนจนถึงปัจจุบัน
.
แต่ไม่ว่าต้นกำเนิดจะมาจากที่ไหน ขนมจีนเป็นอาหารที่ถูกรับประทานตั้งแต่เหนือจรดใต้
.
ภาคเหนือจะเรียกขนมจีนว่า “ข้าวเส้น หรือ ขนมเส้น” นิยมทานคู่กับน้ำเงี้ยวได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมไทใหญ่
.
ภาคกลาง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เครื่องแกงหอม หวาน มันกะทิ เช่น ขนมจีนแกงเขียวหวาน ขนมจีนน้ำยาปลากะทิ หรือขนมจีนน้ำพริก ที่ไม่ได้หมายถึงน้ำพริกแต่ทำจากถั่วลิสง รสชาติออกหวาน ๆ เอกลักษณ์ของคนภาคกลาง
.
ภาคอีสานเรียกขนมจีนว่า “ข้าวปุ้น” นิยมทานกับน้ำยาป่าทำจากปลาท้องถิ่น เช่น ปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาดุก มักใส่ปลาร้าอัตลักษณ์ของภาคอีสานไทย รวมถึงใส่ในเมนูส้มตำอย่าง “ตำซั่ว”
.
ภาคใต้ มีวัฒนธรรมการกินขนมจีนเป็นเอกลักษณ์ นิยมทานได้ทุกเวลาบางร้านก็ขายขนมจีนเป็นอาหารเช้าและมีปาท่องโก๋ควบคู่ นอกจากนี้ยังมีขนมจีนน้ำชุบ ราดน้ำพริกกะปิ หรือขนมจีนน้ำยาที่แตกต่างจากภาคกลางเพราะใส่ขมิ้นเพิ่มความเผ็ดร้อน ถึงพริกถึงเครื่อง
.
ชาวเพจท่านไหน มีร้านขนมจีนอร่อย ๆ แนะนำก็บอกบุญแอดมินกันบ้าง เขียนตอนเที่ยงคืนน้ำลายก็จะสอแบบนี้นี่เอง


