ภูพระบาท กับ อุสาบารส:พื้นที่ทับซ้อนของตำนานกับความจริง

ประเทศไทยมีพื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตอุทยานประวัติศาสตร์ทั้งหมด 11 แห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศรีสัชนาลัย, สุโขทัย, อยุธยา, กำแพงเพชร, ศรีเทพ, พิมาย, พนมรุ้ง, เมืองสิงห์, พระนครคีรี, สด็กก็อกธม, หรือภูพระบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอุทยานที่มีสิ่งปลูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ที่โดดเด่นกันเป็นส่วนมาก ยกเว้นก็แต่ “ภูพระบาท” ที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะสิ่งปลูกสร้างหลักในภูพระบาทล้วนแต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเสียส่วนใหญ่ก่อนที่มนุษย์จะเข้าไปใช้ความอัศจรรย์ทางธรรมชาติเหล่านั้นเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ

ภูพระบาท ตั้งอยู่ที่เชิงเขาภูพานในจังหวัดอุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ของเขตป่าสงวนซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขอพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้เอาไว้และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

โขดหินรูปร่างหน้าตาประหลาดเหล่านี้ถูกกำหนออายุทางธรณีวิทยาไว้ที่ยุคครีเทเชียส และเกิดการผุพังสลายของหินทรายที่เกิดการกัดเซาะทางธรรมชาตินานวันเข้าเป็นเวลานับล้านปีจนกลายมาเป็นเพิงผาและโขดหินที่มีรูปลักษณ์แปลกตา โดยปรากฏการมีอยู่ของกิจกรรมมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและมีอายุหลักพันปี เช่นภาพเขียนสีบนผนังที่ถ้ำวัวถ้ำคน และโนนสาวเอ้ เป็นต้น โดยมีภาพเขียนสีในอุทยานรวมกันมากกว่า 54 แห่ง

ก่อนที่ต่อมาในยุคประวัติศาสตร์จะเกิดการดัดแปลงเพิงผาและโขดหินหน้าตาประหลายเหล่านี้ให้เป็นศาสนสถานตั้งแต่อารยธรรมทวารวดี, เขมร, ล้านช้าง, อยุธยา, และรัตนโกสินทร์ ดังเช่นตัวอย่างที่ปรากฏในกู่นางอุสาว่ามีใบเสมาหินปักปันเขตไว้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงทวารวดีและได้ทำให้เพิงหินนั้นกลายมาเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธโดยน่าจะมีชื่ออื่นก่อนการมาของชื่อกู่นางอุสา

ถึงแม้ว่าพื้นที่ต่าง ๆ ของภูพระบาทจะเป็นพื้นที่ทางศาสนาที่ถูกใช้งานมาอย่างเนิ่นนาน อย่างไรก็ดีได้เกิดการนำเอาตำนานหรือวรรณกรรมในดินแดนแถบนี้อย่าง “อุสาบารส” มาใช้เป็นเรียกราวที่ผูกติดยึดโยงกับภูพระบาทผ่านการนำเอาชื่อต่าง ๆ ในอุษาบารสมาตั้งให้เป็นชื่อเพิงผาและโขดหินเหล่านี้ โดยสันนิษฐานว่าเริ่มนำเอาชื่อจากอุษาบารสมาใช้เรียกเมื่อราวปลายอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นช่วงที่มีการตั้งถิ่นฐานของชาวไทพวนในภูพระบาท

อุสาบารสเป็นวรรณกรรมร่วมในแถบถิ่นแดนรัตนโกสินท์ อยุธยา ล้านนา และล้านช้าง โดยชื่อในภาษาไทยที่คุ้นเคยกันดีจะเป็นชื่อของ “พระอนิรุทธ์” หรือ “อุณรุท” ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่รับมาจากเรื่องราวในคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอุสาบารสที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ล้านนาซึ่งเป็นเรื่องราวที่นิยมอย่างมากดังที่ปรากฏในกฏหมายของพระเจ้ากือนาและโคลงนิราศหริภุญชัยก่อนที่จะเผยแพร่ไปยังรัฐใกล้เคียงอย่างล้านช้างและอยุธยา

เมื่อเกิดการนำเอาชื่อในวรรณกรรมเรื่องเล่ามาผูกโยงกับสถานที่ก็ทำให้เกิดการทับซ้อนกันของความจริงกับตำนาน ซึ่งลักษณะการนำเอาเรื่องราวเรื่องเล่ามาประกอบกับการตั้งชื่อสถานที่แบบนี้ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หรือถ้าเป็นงานเขียนแบบสมัยใหม่หน่อยก็จะเป็นการเอาเรื่องราวในนวนิยายไปผุกติดกับสถานที่จริงซึ่งให้อรรถรส ความสมจริงและความน่าเชื่อถือในวรรณกรรมงานเขียนเหล่านั้น โดยเรื่องราวของอุสาบารสได้เข้ามามีอำนาจต่อภูพระบาท ผ่านการลบเลือนชื่อเรียกดั้งเดิมของสถานที่เหล่านั้นเสียสิ้นจนไม่สามารถสืบเสาะได้และเนรมิตให้ภูพระบาทกลายเป็นฉากหลังของเรื่องราวแต่ปางบรรพ์แห่งอุสาบารสจนถึงปัจจุบัน
FYI: ในปัจจุบันนี้ภูพระบาทนับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อเบื้องต้นเพื่อรับการพิจารณาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วย
#ที่โปรด#ท่องเที่ยว#ประวัติศาสตร์#อุดรธานี

อ้างอิง:
https://www.silpa-mag.com/history/article_17328
http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/…/index…/th/
https://www.dmr.go.th/ภูพระบาท/
https://finearts.go.th/phuphrabathistoricalpark/view/23015-กู่นางอุสา-
http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2549/75759/chapter3.pdf
http://www.m-culture.in.th/album/169825/อุสาบารส
https://tatcontactcenter.com/ที่เที่ยวภาคอิสาน/อุดรธานี/อุทยานประวัติศาสตร์ภูพ/