ช่วงที่ผ่านมาไทยเราก็กำลังดีใจที่กำลังจะได้รับ “โกลเด้นบอย” (Golden Boy) หรือประติมากรรมสำริดปิดทองที่สันนิษฐานกันว่าเป็นประติมากรรมรูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ปฐมกษัตริย์แห่งมหิธรปุระผู้มีบ้านเกิดอยู่ที่พิมายกำลังจะถูกส่งคืนกลับมายังประเทศไทยจากพิพิธภัณฑ์ The MET แต่ถึงแม้ว่าตัวของโกลเด้นบอยจะถูกค้นพบที่ปราสาทบ้านยาง จังหวัดบุรีรัมย์ (ซึ่งปัจจุบันถูกแปรสภาพกลายเป็นลานอเนกประสงค์ไว้เตะบอล) แต่เรื่องราวของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 นั้นกลับมีจุดเริ่มต้นมาจากพิมาย เมืองปราสาทหินถิ่นโคราชดังที่ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ได้ศึกษาเอาไว้
พิมายนับว่าเป็นเมืองหลัก ๆ ที่มีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย ที่สำคัญ ๆ ก็คงหนีไม่พ้น “ปราสาทหินพิมาย” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กล่าวกันว่าพิมายถูกสร้างขึ้นราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 16 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 17 เทียบยุคสมัยใหญ่ทางศิลปะเขมรคือศิลปะบาปวน อย่างไรก็ดีรูปแบบของศิลปกรรมที่พิมายนี้ก็มีลักษณะที่แตกต่างไปจากบาปวนบ้างในหลายจุด
อองรี ปามังติเออร์ สันนิษฐานว่าพิมายน่าจะถูกสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยพิจารณาจากรูปแบบศิลปะของซุ้มและมุขปราสาทประธาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักโบราณคดีหลายคน เช่น เบอร์นาร์ด กรอสลิเยร์, ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์, โคลด์ ฌาร์ค ล้วนแต่ให้ความเห็นว่าน่าจะเริ่มสร้างในสมัยชัยวรมันที่ 6 ซึ่งเป็นชาวพิมาย โดยสร้างเพื่ออุทิศแด่บรรพบุรุษมหิธรปุระ
ปราสาทหินพิมายมีองค์ประกอบของผังปราสาทที่น่าสนใจคือมีระเบียงคด 2 ชั้น และทุกชั้นทุกทิศมีโคปุระอยู่กึ่งกลางระเบียงคดตามอย่างปราสาทบาปวน ระหว่างระเบียงคดชั้นนอกกับชั้นในจะเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินที่ปรากฏเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมที่ตัดกลางเป็นกากบาทซึ่งคาดว่าแต่อาจจะมีหลังคาคลุมทำด้วยเครื่องไม้ ซึ่งรูปแบบทางเดินดังกล่าวนี้เองไม่ค่อยปรากฏในปราสาทบาปวน ทว่าปรากฏรูปแบบที่ใกล้เคียงกันในปราสาทนครวัด ตลอดจนมีการย่อมุมปราสาทประธานเพิ่มข้างละ 3 มุม ซึ่งมักจะพบในศิลปะช่วงนครวัด ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าแท้จริงแล้ว ประดิษฐการใหม่ ๆ ที่ปรากฏในศิลปะนครวัดนั้นอาจได้รับอิทธิพลมาจากพิมาย
ในส่วนของ “โกลเด้นบอย” นี้ แรกเริ่มเดิมทีทาง The MET สันนิษฐานไว้ว่าเป็นประติมากรรมพระศิวะทว่ากลับไม่มีลักษณะใด ๆ ที่ตรงกับประติมานวิทยาเลย จึงเชื่อว่าเป็นประติมากรรมฉลองพระองค์ ตามคติเทวราชา ในส่วนของรูปแบบทางศิลปะนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นบาปวนเสียทีเดียว เช่นในส่วนของสมพตที่มีขอบผ้าเว้าต่ำมาก และมีขมวดชายพกเหมือนกับศิลปะบาปวน แต่กลับปรากฏชายผ้าหางปลาห้อยตกมาเบื้องหน้า ซึ่งไม่พบเห็นได้บ่อยในศิลปะบาปวนแต่พบในศิลปะนครวัด เช่นนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่พนมรุ้ง แต่ลักษณะการนุ่งผ้าแบบนี้มีปรากฏอยู่ในภาพแกะสลักฝาผนังของพิมายที่มีมาก่อนนครวัดด้วย โดยลักษณะของศิลปะนครวัดตอนต้นนี้ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ให้ความเห็นไว้ว่าควรเรียกศิลปะนี้ว่าเป็นศิลปะเขมรแบบพิมายเสียมากกว่า เพราะมันแตกต่างไปจากบาปวนและนครวัดอย่างชัดเจน
เรื่องการกลับมาของโกลเด้นบอยก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจอีกเรื่องหนึ่งในแวดวงประวัติศาสตร์และโบราณคดีในไทย โดยเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญของรูปแบบทางศิลปะเขมรในประเทศไทยที่เชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยมีอิทธิพลสำคัญต่อรูปแบบศิลปะเขมรในยุคหลังจากนั้น
#ที่โปรด#ประวัติศาสตร์#Goldenboy#พิมาย
อ้างอิง:
https://patricklepetit.jalbum.net/…/Phimai%20historical…
https://koratdaily.com/blog.php?id=7666
https://opac01.rbru.ac.th/multim/journal/02983.pdf
https://www.facebook.com/thanongsak.hanwong/posts/5176221712447338?_rdc=1&_rdr
https://www.persee.fr/doc/befeo_0336-1519_1929_num_29_1_3242
https://thestatestimes.com/post/2022070809#
https://www.thaipbs.or.th/news/content/334980
https://www.metmuseum.org/art/collection/search/39097
เชษฐ์ ติงสัญชลี, ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กรุงเทพฯ:มิวเซียมเพลส, 2560

