“แร้งวัดสะเกศ เปรตวัดสุทัศน์” สมญานามดังกล่าวนับว่าเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากทั้งในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ก็ดี หรือในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องลี้ลับก็ดี เนื่องในวันฮาโลวีนนี้ #ที่โปรด จะพาลูกเพจทุกท่านไปย้อนรอยกันว่า เปรตวัดสุทัศน์ มาจากไหน หน้าตาเป็นยังไงวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหารถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยมีชื่อเดิมว่า “วัดมหาสุทธาวาส” สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะสร้างเสร็จ พอเข้าสู่รัชกาลที่ 2 ก็มีการสร้างเพิ่มเติม โดยเฉพาะบานประตูพระวิหารหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสลักขึ้นมาด้วยพระองค์เอง (ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) แต่วัดก็ยังสร้างไม่เสร็จจนกระทั่งมาเสร็จสิ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยได้นามใหม่ว่า “วัดสุทัศน์”ในส่วนของเรื่องราวของเปรตวัดสุทัศน์นั้น ไม่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นตอนไหน สันนิษฐานว่ามาจากจิตรกรรมเปรตที่อยู่ในพระวิหารหลวงมากกว่าซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมเปรตนอนอยู่แล้วมีพระช่วยกันกรอกน้ำใส่ปากเล็ก ๆ ของเปรตตนนั้น นอกจากนี้ในสมัยหลังยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) เคยพบกับเปรตและบอกไม่ใหเปรตมาสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วยในอีกตำนานหนึ่งของเปรตวัดสุทัศน์ที่ฟังดูเป็นไปได้ก็คือแท้จริงแล้วเปรตวัดสุทัศน์ก็ไม่ใช่สิ่งใดอื่นนอกจากบางสิ่งบางอย่างที่มีสองแขนแถมตัวสูงมาก ๆ ยืนอยู่หน้าวัดอย่าง “เสาชิงช้า” นั่นเอง โดยคาดว่าในสมัยก่อน ช่วงเวลาเช้ามืดที่มีหมอกลง คนเห็นสองขาเรียวยาวของเสาชิงช้าและทึกทักไปเองว่าเป็นเปรตก็เลยเล่าบอกต่อกันมา ซึ่งตำนานของเปรตวัดสุทัศน์นับว่าเป็นอีกเรื่องเล่าขานที่โด่งดังมาก ๆ จนถูกนำไปทำเป็นละครโทรทัศน์เลยทีเดียวปล.สุขสันต์วันฮาโลวีน#ที่โปรด – บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ในหลายแง่มุมผ่านวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ที่อยากให้คุณไปตามรอยสัมผัส
#ผี #ฮาโลวีน #ประวัติศาสตร์อ้างอิงhttps://www.matichonacademy.com/tour-story/ชม-ความงามยืนหนึ่งบานปhttps://www.youtube.com/watch?v=ZFifsSJx668

