

หากพูดถึงค็อกเทลที่สะท้อนภาพชีวิตอิตาเลียนได้ชัด Aperol Spritz ย่อมเป็นชื่อแรก ๆ ภาพแก้วไวน์ใสสีส้มสดใส มีฟองโพรเซกโก (Prosecco) ตัดกับแดดยามบ่าย ซึ่งได้เริ่มต้นครั้งแรก ในแคว้นเวเนโตทางตอนเหนือของอิตาลี หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
.
เมื่อทหารออสเตรียที่เข้ามาประจำการเห็นว่าไวน์ท้องถิ่นเข้มข้นเกินไป จึงผสมโซดาเพื่อเจือจาง คำว่า Spritz มาจากภาษาเยอรมัน spritzen ที่หมายถึง “พ่น” แนวคิดการผสมไวน์กับโซดา มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในเวเนโต และได้ถูกต่อยอดจนเกิดค็อกเทล Aperol Spritz หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
.
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง Aperol Spritz ค่อย ๆ กลายเป็นค็อกเทลยอดนิยม โดยเฉพาะทศวรรษ 1950–1960 ซึ่งอิตาลีอยู่ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเจริญ ผู้คนออกมานั่งจิบค็อกเทลตามจัตุรัส และคาเฟ่ ภาพแก้วสีส้มสดใสจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตแบบ La Dolce Vita หรือ “ชีวิตที่หอมหวาน” การดื่ม Spritz ไม่ใช่แค่เพื่อดับกระหาย แต่คือสิ่งที่สะท้อนความทันสมัยและรสนิยม จึงกล่าวได้ว่าเป็น ค็อกเทลแห่งรสนิยม” ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างช้า ๆ ไม่เร่งรีบ ผู้ดื่มมักจิบระหว่างบ่ายถึงเย็นท่ามกลางบทสนทนา จนกลายเป็นเครื่องหมายของการมีเวลา อิสระ และความสุนทรีย์ของชีวิต
.
Aperol Spritz ยังถือเป็นเครื่องดื่มสำหรับเรียกน้ำย่อยตามวัฒนธรรม aperitivo ของอิตาลี ซึ่งเป็นช่วงเวลาพักผ่อนหลังเลิกงานก่อนมื้อค่ำ การจิบ Aperol Spritz ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและสร้างบรรยากาศสนุกสนานก่อนเริ่มอาหารมื้อหลัก จึงเป็นทั้งค็อกเทลแห่งรสนิยมและพิธีกรรมสำคัญของการสังสรรค์แบบอิตาเลียน
.
สิ่งที่ผลักดันให้ Aperol Spritz เป็นสัญลักษณ์ระดับโลกคือพลังของภาพยนตร์ โดยเฉพาะ La Dolce Vita (ปี 1960) ของ Federico Fellini ที่ถ่ายทอดภาพการใช้ชีวิตหรูหราและสุนทรีย์ ฉากคาเฟ่บนถนน Via Veneto การดื่มค็อกเทลท่ามกลางแฟชั่นชุดราตรีและสูท ล้วนสอดคล้องกับภาพลักษณ์แบบ Chanel ที่ผสมผสานความเรียบง่ายและสง่างามเข้าไว้ด้วยกัน ยุค 1960s ยังตรงกับ Il Boom Economico ซึ่งเป็นยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูของอิตาลี ทำให้การดื่ม การดื่ม Aperol Spritz เป็นทั้งการพักผ่อน และการแสดงสถานะ ปัจจุบัน Aperol Spritz ได้กลายเป็นค็อกเทลฤดูร้อนระดับโลก และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของ “ชีวิตที่หวานหอม” ที่เชื่อมโยงโลกแฟชั่นกับวัฒนธรรมการดื่มไว้อย่างดี

.
รู้หรือไม่
ตามวัฒนธรรม aperitivo ของอิตาลี คือการดื่มเครื่องดื่มเบา ๆ เพื่อ “เปิดกระเพาะ” ก่อนมื้อค่ำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวอิตาลี คำว่า aperitivo มาจากภาษาละติน aperire ที่หมายถึง “เปิด” เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วงเวลานี้มักเริ่มราวห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ผู้คนจะนัดพบปะพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ ในบาร์พร้อมจิบเครื่องดื่มที่มีรสขมหวานและแอลกอฮอล์ไม่แรง เช่น Aperol Spritz, Vermouth หรือ Campari ผสมโซดาหรือไวน์ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
#Aperol#Spritz#เครื่องดื่มแอลกอฮอล์#อิตตาลี่#วัฒนธรรม#ประวัติศาสตร์#เครื่องดื่ม#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

