เมื่อพูดถึงอาหารเหนือ เชื่อว่า “แกงฮังเล”


ต้องโผล่ขึ้นมาเป็นหนึ่งในเมนูในดวงใจของใครหลายคน ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และความไม่เหมือนใคร เพราะถึงจะเรียกว่า “แกง” แต่กลับไม่มี “กะทิ” อย่างที่เราคุ้นกัน แกงฮังเลเป็นแกงที่ใช้เวลาเคี่ยวเนื้อหมูให้เปื่อยนุ่ม จนแทบละลายในปาก รสชาติเค็ม เปรี้ยว หวาน กลมกล่อม



กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของขิงและเครื่องเทศอย่างหอมแดง กระเทียม และผงฮังเล คือเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีเมนูไหนเหมือน
.
แท้จริงแล้ว แกงฮังเลมีรากจาก “แกงฮินเล” ของพม่า

ที่เข้ามา พร้อมวัฒนธรรมการค้า และความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรล้านนากับพม่าในอดีต เมื่อมาถึงล้านนา เมนูนี้ถูกปรับรสชาติให้เข้ากับวัตถุดิบและลิ้นของคนเหนือ จนกลายเป็นอาหารประจำงานบุญ งานมงคล และเทศกาลต่าง ๆ


.
ในยุคที่ล้านนาอยู่ภายใต้อิทธิพลของพม่า เช่น สมัยพระเจ้าบุเรงนอง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทำให้แกงฮินเลค่อย ๆ กลายเป็นฮังเลตามแบบฉบับท้องถิ่น ต่อมา แกงฮังเลก็กลายเป็นของโปรดในวังเจ้าเชียงใหม่ โดยเฉพาะในครัวของแม่เจ้าศรีวิลัย ณ เชียงใหม่ ภรรยาเจ้าอินทวิชยานนท์ ที่มีบทบาทสำคัญในการสืบทอดตำรับอาหารเหนือชั้นสูง
.
ในยุครัชกาลที่ 5–6 ซึ่งเป็นช่วงที่ราชสำนักเริ่มรวบรวมสูตรอาหารจากทุกภูมิภาค แกงฮังเลก็เริ่มปรากฏในตำราอาหารสายวัง เช่น “แม่ครัวหัวป่าก์” ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ที่บรรจุตำรับแกงเนื้อคล้ายฮังเล


#แกงฮังเล#แกง#อาหารพื้นเมือง#อาหารเหนือ#แกงเหนือ#แกงฮินเล#อาหาร#ของกิน#ประวัติ#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

