

หมากหอมเยาวราช: อมแล้ว ปากหอม ชุ่มคอ ชื่นใจ


ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสชมและเชียร์นักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันในโอลิมปิกที่ผ่านมา ได้เห็นนักกีฬายกน้ำหนักของไทย สูดดมยาดมหงส์ไทยให้ชื่นใจก่อนขึ้นเวทีการแข่งขัน ทำให้อดอมยิ้มตามไม่ได้และหวนคิดถึงว่า ถ้าในยุค 80s 90s คงต้องพกไอเทมเด็ดอย่าง “หมากหอมเยาวราช” ยาอมสมุนไพรในตำนาน ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการพูดคุยและทำให้ชุ่มคอและชื่นใจอีกด้วย วันนี้จานโปรด ขอมาเล่าสู่ตำนานของหมากหอมเยาวราช และชวนให้ทุกคนมาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ

ต้นกำเนิด: คิดค้นโดยตระกูล “แซ่ตั้ง” ชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากในย่านเยาวราชตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

โดยได้นำความรู้ด้านสมุนไพรจีนมาผสมผสานกับรสนิยมของคนไทย และเป็นที่มาของชื่อ “หมากหอมเยาวราช”

เคล็ดลับหมากหอมเยาวราช ทำมาจาก Liquid licorice (สารสกัดจากชะเอมเทศ) เพื่อลดการอักเสบและระคายเคือง ทำให้เสมหะแห้ง, Peppermint Oil (น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์) ทำให้กลิ่นหอม ชุ่มคอ, Aspartame: สร้างความหวานแทนน้ำตาล ด้วยส่วนผสมที่เป็นยานี้ ช่วยทำให้เราปากหอม ชุ่มคอ และชื่นใจ

ในทศวรรษ 2480 เริ่มจำหน่ายในย่านเยาวราช และได้รับความนิยมทศวรรษ 2520-2530 (ยุค 80-90) ยุคทองของหมากหอมเยาวราช ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่แอบซื้อมากินเล่น
และปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชื่นชอบรสชาติดั้งเดิมและนักท่องเที่ยว และได้ทำการปรับปรุงรูปแบบแพคเก็จจิ้งให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรสำหรับแอดยังชอบรูปแบบของกล่องเหล็กแบบสไลด์และเทออกจากรูเล็กๆ เหมือนเดิม

ในปี 2560 มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของ “หมากหอมเยาวราช” ว่ามากถึง 133.6 ล้านบาท เป็นกำไร 0.5 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการรักษาความนิยมในระดับตำนานที่ยังคงมีอยู่


จุดเด่นและสรรพคุณ:
– ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและระคายคอ
– อมหอมชุ่มคอได้นาน ละลายช้า คุ้มค่าเงิน
– มีกลิ่นหอมเย็น รสชาติออกหวานๆ
– ชะเอมเทศช่วยเสริมการฆ่าเชื้อ และเป็นที่นิยมในการแพทย์แผนจีน

เชื่อว่าวัยรุ่นยุค 80-90s จะต้องมี “หมากหอมเยาวราช” พกไว้เวลาชวนสาวๆ ไปดูหนังกลางแปลงกันบ้างล่ะ มาแชร์ประสบการณ์กับหมากหอมเยาวราชกันนะคะ ชอบแบบกล่อง แบบซอง

#จานโปรด#หมากหอม#ยาอมโบราณ#เยาวราช#มรดกภูมิปัญญา#ThaiHerbalCandy#BangkokFood#ThaiChineseCulture#CulinaryHeritage#Chinatown#FoodHistory

