ผ้าขาวม้า
มรดกล้ำค่าของไทย สู่มรดกโลก UNESCO!
ถ้าพูดถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างหนึ่ง “ผ้าขาวม้า” คือ ความภาคภูมิใจที่อยู่คู่ประเทศไทยมานานหลายยุคสมัย แต่ละท้องถิ่นในประเทศต้องมีไว้ใช้ จนกลายเป็นผ้าสามัญประจำบ้าน
.
รู้หรือไม่ ? ผ้าขาวม้า ผ้าสามัญประจำบ้านของไทย กำลังเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ![]()
ผ้าขาวม้า ได้ผ่านกาลเวลาวัฒนธรรมหลายยุคสมัย ผ่านความคิด จิตวิญญาณ กลายเป็นเอกลักษณ์แสดงความเป็นไทย เป็น SoftPower ของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible cultural heritage) ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO)
.
ประวัติศาสตร์อันยาวนาน
• มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 สมัยเชียงแสน
• ชื่อมาจากภาษาเปอร์เซีย “กามาร์บันด์” แปลว่า ผ้าคาดเอว
• เดิมเรียก “ผ้าเคียนเอว” ก่อนกลายเป็น “ผ้าขาวม้า”
วิวัฒนาการทางวัฒนธรรม
• จากผ้าเคียนเอวของผู้ชาย สู่ผ้าอเนกประสงค์
• ใช้ได้ทั้งห่ออาวุธ เก็บสัมภาระ ปูนอน อาบน้ำ เช็ดตัว
ผ้าขาวม้า
มากกว่าแค่ผ้าธรรมดา
• สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตไทย
• เป็น Soft Power ที่บ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นไทย
• ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมระดับโลก
ความสำคัญระดับสากล
• กระตุ้นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
• แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของมนุษยชาติ
• ส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม
จากผืนผ้าธรรมดาในบ้าน สู่มรดกล้ำค่าของมนุษยชาติ ร่วมภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย! ![]()

