บาเยีย ของกินเล่นมุสลิมจากอินเดียที่มาไกลถึงสุวรรณภูมิ

ยามที่ผู้เขียนเดินทางไปสะพานเหล็กมักจะเห็นลุงคนหนึ่งสวมกะปิเยาะห์ยืนถอดขนมอย่างหนึ่งในร้านรถเข็นตรงเชิงสะพาน ขนมของทอดชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ พร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ดนี้ มีนามว่า “บาเยีย” เป็นของกินเล่นที่ผูกติดกับชาวมุสลิมมาอย่างเนิ่นนาน โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนก็เคยกินบาเยียมาหลายเจ้าเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นที่สะพานเหล็กก็ดี มัสยิดมหานาคก็ดี หรือล่าสุดก็ได้ไปลองกินที่มัสยิดฮารูณมาเมื่องานครบรอบมัสยิดเมื่อปลายปีที่แล้ว
.
บาเยียเป็นถั่วบด ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วนำมาทอดจนได้สีเหลืองทองอร่ามหอมกลิ่นเครื่องเทศ มีพริกทอดแนมเป็นเครื่องเคียง พร้อมกับน้ำจิ้มรสออกเปรี้ยวหวาน กล่าวกันว่าเป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากอนุทวีปอินเดีย ซึ่งดัดแปลงมาจากอาหารอย่าง “บาจี” (Bhaji) หรือที่ในรัฐคุชราตเรียกว่า “บาเจีย” อันเป็นเมนูชุบแป้งทอดอย่างหนึ่ง ซึ่งนิยมใช้หัวหอมเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าบาเยียเข้ามาถึงประเทศไทยเมื่อไหร่ แต่ไม่น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี และอาจจะนานถึงร้อยปีเลยทีเดียว และพบว่าหลาย ๆ ร้านเป็นกิจการที่สืบต่อกันมาในครอบครัวซึ่งอพยพมาจากปากีสถานหรืออินเดีย โดยเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้ว จากบาจีที่เป็นหัวหอมชุบแป้งทอดก็กลายมาเป็นถั่วทองบดผสมแป้งแล้วนำไปทอดแทน
.
เพื่อนบ้านในอาเซียนที่มีเมนูบาเยียเหมือนกันกับไทยก็คือในประเทศเมียนมาร์ซึ่งเรียกอาหารจานนี้กันว่า “บยา” (แบบในภาพ หน้าตาใกล้เคียงกับบาเยียในไทย) จะเห็นว่าชื่อของ บาเจีย(อินเดีย) บยา(พม่า) และบาเยีย(ไทย) ต่างมีความคล้ายคลึงกันซึ่งต่างเป็นการรับเอาภาษาต้นทางจากอินเดียเข้ามายังภูมิภาค ซึ่งบยาได้เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมพม่าเมื่อช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ โดยมีแรงงานจากอินเดียเป็นผู้นำเข้าไป
.
ในปัจจุบัน บาเยียอาจจะเป็นอาหารที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่คนรุ่นใหม่ อาจจะเพราะว่าเป็นอาหารที่อาจจะดูเป็นอาหารเฉพาะกลุ่ม คนรุ่นใหม่เลยอาจจะไม่ค่อยกล้าลองเท่าไหร่ บวกกับที่มีมีร้านขายไม่มากนัก อย่างไรก็ดี เรื่องของวัฒนธรรมอาหารมันเป็นเรื่องที่แบ่งปันกันกิน ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็นอาหารเฉพาะสำหรับชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกินเท่านั้น ลองเปิดใจมาลิ้มรสบาเยียดู มันอาจจะกลายเป็นอีกจานโปรดในดวงใจของคุณก็เป็นได้~
.
อ้างอิง:
https://www.sarakadee.com/2022/07/11/บาเยีย/
https://krua.co/food_story/baya-gyaw-indian-fritter