เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงจะคุ้นหูกับชื่อของเคบับอย่างแน่นอน เนื้อย่างหมุน ๆ ที่ถูกหันออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยห่อด้วยแผ่นแป้งทั้งแบบม้วนและแบบแซนด์วิชได้กลายมาเป็นอาหารข้างทางที่ฮิตและได้รับการเผยแพร่ไปทั่วนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในตุรกีราวศตวรรษที่ 19
.
บางท่านอาจจะสงสัยว่า “อ้าว ไม่ใช่ว่าเคบับเกิดที่อาหรับเหรอ?” ก็ถูกในส่วนหนึ่ง เคบับก็คือเนื้อย่าง โดยเคบับจากอาหรับจะมีลักษณะสำคัญก็คือการเสียบไม้หรือแท่งเหล็กแล้วย่าง แต่เคบับแบบตุรกีนั้นมีวิธีการย่างที่ต่างออกไป เคบับแบบที่เราเห็นในร้านอาหารตุรกีมันเป็นเคบับแบบที่นั้นเรียกกันว่า “เดอแนร์” (หรืออ่านว่า “โดเนอร์” แบบอังกฤษ) ซึ่งแปลว่า “หมุน” สอดคล้องกับกรรมวิธีที่เอาเนื้อมาเสียบกับแท่งเหล็กและหมุนควั่นคว้างย่างในแนวตั้งมีเตาอยู่ข้าง ๆ โดยการย่างแบบหมุน ๆ นี้มีมาในตุรกีตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แล้วเพียงแต่ว่าเป็นแนวนอน เพิ่งเปลี่ยนมาเป็นแนวตั้งเมื่อช่วงศตวรรษที่ 19 ในเมืองบูร์ซา โดยรูปแบบเคบับหมุน ๆ นี้เองก็ได้ส่งอิทธิพลกิดเป็นอาหารที่นิยมในแถบอาหรับอย่าง “ชาวารมา” ด้วย
.
เนื้อหมุนจะถูกหั่นลงมาแล้วห่อกินคู่กับแผ่นแป้งพีตา มีวิธีการห่อสองแบบ คือห่อแบบแซนด์วิช (แบบในภาพ) หรือห่อม้วน ๆ ที่เราเห็นจนชินตา ซึ่งแบบม้วน ๆ นั้นมีชื่อเรียกต่างหากว่า “ดือรึม” แต่อย่างก็ดี ส่วนใหญ่เราเรียกแบบม้วนว่า “เคบับ” เฉย ๆ มากกว่าชื่อดือรึม ซึ่งน่าจะเป็นการเรียกลำลองจากชื่อเดอแนร์เคบับ
.
อาหารตุรกีจานนี้ได้รับการเผยแพร่เข้าสู่ยุโรปโดยหนึ่งในประเทศที่เคบับกลายมาเป็นอาหารยอดฮิตก็คือที่เยอรมัน ซึ่งมีเรื่องราวว่าถูกนำเข้ามาโดยคนงานชาวตุรกีที่ชื่อซาลิม ช่วงทศวรรษที่ 60s ก่อนที่จะโด่งดังจากแผงรถเข็นขายเคบับของชาวตุรกีชื่อนูร์มันที่หน้าสถานีรถไฟสวนสัตว์เบอร์ลินช่วงทศวรรษที่ 70s และกลายเป็นสตรีทฟู้ดที่ครองใจชาวเยอรมันไป
.
ในปัจจุบันนี้เคบับได้เดินทางไปยังหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นในยุโรปก็ดี เอเชียก็ดี หรือแม้แต่ในอเมริกาก็ตาม ซึ่งก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเจ้าเคบับนี้มันเป็นอาหารเลิศรสกินง่ายที่เข้าถึงผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรมจริง ๆ
.
อ้างอิง:
https://www.thelocal.de/…/doner-kebab-inventor-kadir…
https://www.n-tv.de/…/Doener-soll-aus-Schwaben-kommen…
https://foodsguy.com/shawarma-vs-kebab/

