หอมละมุน อบร่ำกลิ่นไทย กับตำนานแป้งพวง ![]()
หากพูดถึงเครื่องหอมไทยโบราณ หนึ่งในกลิ่นหอมที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์และเรื่องราวจากวันวาน คงหนีไม่พ้น “แป้งพวง”
.
อดีตเครื่องหอมชั้นสูงแห่งราชสำนัก
ที่เคยเป็นของใช้คู่ใจสตรีฝ่ายใน ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้กลิ่นหอมของมันจางหายไปจากชีวิตประจำวันของคนไทย ![]()
.
แป้งพวง กับความงามที่แฝงด้วยศิลปะ
แป้งพวงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหอม แต่ยังเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้เวลาและความประณีต ตั้งแต่การคัดเลือกสมุนไพร เครื่องหอม ไปจนถึงกรรมวิธีการอบร่ำให้มีกลิ่นหอมละมุนแบบไทยแท้
.
แต่ในยุคปัจจุบัน เรามักจะเห็นแป้งพวงกลับมาเฉิดฉายในช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง “สงกรานต์” ![]()
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยนิยมใช้น้ำอบ น้ำปรุง และแป้งพวงเพื่อสร้างบรรยากาศของความสดชื่นและเป็นสิริมงคล
.
หนึ่งในผู้สืบทอดศาสตร์เครื่องหอมไทยคือ “สัตตมาลี”
แบรนด์เครื่องหอมตำรับในวัง นำโดย “ฐิพรรัศม์ อิ่มสวาสดิ์” ที่ได้ต่อยอดความงดงามของแป้งพวงให้มีความร่วมสมัย ด้วยการรังสรรค์เป็น “พวงมาลัยแป้งพวง” ใช้แทนพวงมาลัยดอกไม้สดเพื่อบูชาพระ มอบให้ผู้ใหญ่ หรือเป็นของที่ระลึกสุดล้ำค่า
.
“สัตตมาลี” มีต้นตำรับเครื่องหอมจากวังหลวง
โดยได้รับการถ่ายทอดจากตำหนักของ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะแห่งเครื่องหอม ด้วยกรรมวิธีที่ละเมียดละไม ผสมผสานน้ำปรุงสูตรโบราณ แป้งกระแจะจันทน์ และบุหงาดอกไม้แห้งอบร่ำแบบไทยแท้
.
ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ข้าหลวงฝ่ายในต้องประดิษฐ์แป้งพวงถวายพระองค์ทุกวันโกน โดยพระองค์จะทรงนำแป้งพวงไปบูชาพระและพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร เพื่อความเป็นสิริมงคลของครอบครัว ความเชื่อนี้เองที่ทำให้แป้งพวงกลายเป็นของล้ำค่าทางจิตใจ ![]()
.
เสน่ห์ที่หอมกรุ่นตลอดกาล ไม่ว่าจะนำไปใช้เป็น ‘พวงมาลัยหอม’ แป้งเจิมสำหรับพิธีมงคล หรืออบร่ำให้กลิ่นหอมติดเสื้อผ้า แป้งพวงยังคงเป็นเครื่องหอมที่สะท้อนถึงความละเมียดละไมของวัฒนธรรมไทย และช่วยเติมเต็มบรรยากาศของวันวานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง




