ในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้า
ผู้คนต้องพึ่งพาแสงจากตะเกียง และ “ชวาลา”
คือ เครื่องให้แสงสว่างที่สำคัญในอดีตของไทย คำว่า ชวาลา เป็นศัพท์โบราณที่หมายถึงเครื่องจุดไฟที่ให้แสงสว่าง
.
ลักษณะดั้งเดิมของชวาลาทำจากดินเผา มีรูปทรงเป็นถ้วยที่มีขาตั้ง สำหรับใส่น้ำมันมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิง
ตรงปลายของตะเกียงมีพวยยื่นออกมาเพื่อใส่ไส้ไฟให้จุดติด อีกด้านหนึ่งอาจมีหูจับเพื่อให้เคลื่อนย้ายสะดวก ซึ่งในปัจจุบันเราอาจเรียกชวาลาว่า “ตะเกียงดินเผา” ![]()
.
จุดกำเนิดของตะเกียงดินเผา จากโรมันสู่สยาม
ถึงแม้ว่าชวาลาจะเป็นเครื่องใช้พื้นบ้านของไทย แต่แท้จริงแล้วมีต้นแบบมาจาก ‘ตะเกียงโรมันสำริด’ (Roman Bronze Oil Lamp) ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะกรีก-โรมัน ตะเกียงเหล่านี้ผลิตขึ้นในยุคไบแซนไทน์ ซึ่งเป็นจักรวรรดิที่สืบทอดมรดกจากอาณาจักรโรมัน บริเวณตอนกลางของตะเกียงมักมีฝาเปิดสำหรับเติมน้ำมัน โดยฝาของบางชิ้นมีการหล่อเป็นรูปเทพเจ้า เช่น ‘เซเลนัส’ (Silenus) ผู้เป็นบริวารของเทพไดโอนิซัส (Dionysus) หรือเทพเจ้าแห่งไวน์
.
หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่า ตะเกียงโรมันเหล่านี้แพร่กระจายจากเมือง ‘อเล็กซานเดรีย’ (Alexandria) ในอียิปต์ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 6 ผ่านเส้นทางการค้าระหว่างอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งชาวอินเดียเป็นผู้เผยแพร่นวัตกรรมนี้มายังดินแดนสุวรรณภูมิ
.
ตะเกียงดินเผาในสมัยทวารวดี การพัฒนาแบบไทย
เมื่อเข้าสู่ยุคทวารวดี (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-16) เครื่องใช้จากดินเผาที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียและโรมันเริ่มถูกผลิตขึ้นเองในดินแดนไทย นักโบราณคดีได้ขุดพบตะเกียงดินเผาในแหล่งโบราณคดีสำคัญของไทย เช่น จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมทวารวดี
ตะเกียงดินเผายุคนี้มักมีลักษณะเป็น ภาชนะดินเผารูปถ้วยตื้น มีพวยสำหรับใส่ไส้ไฟ และมีลวดลายประดับที่สะท้อนอิทธิพลศิลปะอินเดีย อาจมีการเคลือบผิวให้ดูสวยงามมากขึ้น และเริ่มมีการใช้ตะเกียงดินเผาเป็นทั้งเครื่องให้แสงสว่างและของมงคลในพิธีกรรมทางศาสนา
.
ชวาลา ตะเกียงในชีวิตไทยโบราณ
ตะเกียงดินเผาหรือชวาลาไม่เพียงแต่ใช้ให้แสงสว่างในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทใน พิธีกรรมทางศาสนา เช่น
การจุดตะเกียงถวายพระ ในวัด ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยนำทางให้ชีวิตพบแต่ความสว่างไสว
การใช้ตะเกียงในพิธีกรรมฮินดูและพุทธ เช่น การจุดไฟถวายพระแม่ลักษมีในศาสนาฮินดู
ใช้ในงานประเพณีสำคัญ เช่น พิธีไหว้ครู พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
นอกจากนี้ ชวาลายังสะท้อนถึงวิถีชีวิตไทยในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้า ผู้คนในชนบทมักใช้ตะเกียงดินเผาจุดไฟให้แสงสว่างในเวลากลางคืน หรือใช้เป็นตะเกียงประจำศาลพระภูมิ
.
แม้ว่าปัจจุบันจะมีไฟฟ้าใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ในบางพื้นที่ของไทยยังคงใช้ตะเกียงดินเผาอยู่ โดยเฉพาะในพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงการนำตะเกียงโบราณไปเป็นของตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ
.
ในกลุ่มอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย มีการฟื้นฟูการผลิตตะเกียงดินเผาในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น ตะเกียงเซรามิก หรือ ตะเกียงดินเผาสำหรับตกแต่งสวน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ยังคงได้สัมผัสกับมรดกแห่งแสงสว่างนี้

