“เทียรา” (Tiara) เป็นศิราภรณ์ที่ใช้ประดับศีรษะของสตรีชนชั้นสูง โดดเด่นด้วยเพชรพลอยล้ำค่า นิยมสวมในราชสำนักยุโรป เช่น อังกฤษและรัสเซีย แตกต่างจาก “มงกุฎ” (Crown) ตรงที่เทียราครอบเพียงบางส่วนของศีรษะ ไม่ใช่เต็มวงรอบศีรษะเช่นมงกุฎ
.
หนึ่งในดีไซน์เทียราที่โด่งดังในศตวรรษที่ 19 คือ “เทียรารุซ” (Tiara Russe) ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงแหลมพุ่ง ได้รับอิทธิพลจาก “โคโคช์นิค” (Kokoshnik) เครื่องประดับศีรษะแบบดั้งเดิมของหญิงชาวรัสเซีย เทียราสไตล์นี้เป็นที่นิยมมากในราชสำนักยุโรปช่วงปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423) ซึ่งเป็นยุคเดียวกับรัชกาลที่ 5 แห่งสยาม
.
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2450 พระองค์ได้พระราชทานเครื่องเพชรแก่องค์พระภรรยาเจ้าและพระภรรยา หนึ่งในผู้ที่ได้รับพระราชทาน คือ “เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” เชื่อกันว่าหนึ่งในเครื่องเพชรเหล่านั้นคือ “เทียรารุซ”
.
ภาพถ่ายของ ‘เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ’ เผยให้เห็นเทียรารุซประดับศีรษะ แต่หากพิจารณาอีกภาพหนึ่ง จะพบว่าสร้อยคอที่ท่านสวมคล้ายกับเทียราอย่างมาก นี่เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมในศตวรรษที่ 19 เพราะเทียราหลายชิ้นถูกออกแบบให้สามารถแปลงเป็นเครื่องประดับอื่น ๆ ได้ ซึ่งในอดีต เทียราสามารถถอดประกอบเป็นเครื่องเพชรชิ้นเล็ก ๆ เช่น ปิ่นปักผม เข็มกลัด ต่างหู กำไล เครื่องประดับเสื้อผ้า เป็นต้น
.
จากเครื่องเพชรสู่กุศลอันยิ่งใหญ่ แม้เทียรารุซของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับจะเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ไม่มีบันทึกแน่ชัดว่าปัจจุบันอยู่ที่ใด ทราบเพียงว่าเครื่องเพชรหลายชุดของท่านได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5 เพื่อจำหน่ายแก่ชาวต่างชาติ และนำเงินไปสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
.
เทียราที่เคยเปล่งประกายเหนือพระเศียรของสตรีชั้นสูง ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย เป็นมรดกแห่งศิลปะและความเสียสละที่ควรค่าแก่การจดจำ

