“หุ่นกระติบ” เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ ครูปรีชา การุณ ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2567 จาก สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
.
ที่ไม่เพียงสะท้อนมรดกทางภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชาวอีสาน แต่ยังเป็นศิลปะหัตถกรรมที่ใช้เชิดแสดงละครหมอลำ
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การแสดงพื้นบ้านอีสานที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
.
แนวคิดของหุ่นกระติบเริ่มจากการสังเกตสิ่งรอบตัว โดยในอดีต หุ่นที่ใช้ในการสอนและละเล่นมักทำจากโฟมหรือฟองน้ำ ซึ่งดูไม่สวยงามนัก จึงเริ่มคิดค้นหุ่นแบบใหม่ จนวันหนึ่ง ได้เห็นคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนนั่งสานหวดและกระติบข้าวเหนียว เมื่อสังเกตกระติบข้าวใบเล็กวางซ้อนบนใบใหญ่ กลับดูคล้ายหัวคนที่กำลังอ้าปาก ด้วยความเชี่ยวชาญด้านหุ่นเชิด ครูปรีชา จึงเกิดไอเดีย นำกระติบข้าวเหนียวเก่าที่ใช้ไม่ได้มาประดิษฐ์เป็นหุ่น
.
หุ่นกระติบแต่ละตัวสะท้อน เอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวอีสาน โดยทุกองค์ประกอบล้วนมาจากวัสดุท้องถิ่น เช่น
- ส่วนหัว – ใช้กระติบข้าวเหนียวใบเล็ก ตกแต่งด้วยมูลควายหรือขี้เลื่อยเป็นคิ้ว และใช้เชือกป่านทำเป็นหู
- ลำตัว – ใช้กระติบข้าวเหนียวใบใหญ่
- แขนและขา – ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งช่วยให้หุ่นมีน้ำหนักเบา
- เครื่องแต่งกาย – ใช้ ผ้าขาวม้าเก่า ผ้าซิ่นเก่า ที่ไม่ได้ใช้แล้วมาเย็บเป็นชุดให้หุ่น เพื่อคงอัตลักษณ์ของชาวอีสาน
การเชิดหุ่นที่ต้องประสานกันเป็นทีม หุ่นกระติบแต่ละตัว มีน้ำหนักเบาและขยับได้เหมือนคนจริง โดยการเชิดหนึ่งตัวต้องใช้ ทีมงาน 3 คน ได้แก่
- คนที่ 1 – ควบคุมศีรษะและปาก
- คนที่ 2 – ควบคุมแขน
- คนที่ 3 – ควบคุมขา
ทั้งสามคนต้องเคลื่อนไหวให้ สอดประสานกับเสียงพากย์ ซึ่งทำให้การแสดงมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยอารมณ์
.
ปัจจุบัน ครูปรีชาฯ ไม่เพียงสอนการแสดงและการเชิดหุ่น แต่ยัง ถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำหุ่นกระติบแก่เด็ก ๆ ในชุมชน เพื่อให้พวกเขาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ร่วมแสดง “หมอลำหุ่นกระบอก”
กับคณะหมอลำหุ่นเด็กเทวดา ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ สร้างรายได้ และสืบทอดศิลปะการแสดงอีสานให้คงอยู่ต่อไป




