“ผ้าสีด่อน” ผ้าเอกลักษณ์ฉะเชิงเทรา จากเงาโบสถ์หลวงพ่อโสธรสะท้อนสายน้ำ

รู้ไหมว่า “สีด่อน” ไม่ได้เป็นเพียงสีฟ้าหม่นสวย ๆ บนผืนผ้า แต่เป็นสีที่ซ่อนเรื่องราวของ ฉะเชิงเทรา เอาไว้ ตั้งแต่สายน้ำบางปะกง หลวงพ่อโสธร ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนริมสายน้ำ

.

จังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำ ผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดขึ้น เพื่อสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย อนุรักษ์ศิลปะท้องถิ่น และส่งเสริมให้กลุ่มทอผ้าในพื้นที่ สามารถสร้างรายได้และถ่ายทอดงานฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น

.

แล้วอะไรคือแรงบันดาลใจของผืนผ้านี้ ?

หัวใจสำคัญมาจากภาพของ โบสถ์หลวงพ่อโสธรที่สะท้อนกับสายน้ำบางปะกงในยามอรุณรุ่ง เปรียบเสมือนแสงแห่งการเริ่มต้นและความเจริญรุ่งเรืองของชีวิต

ขณะเดียวกัน แม่น้ำบางปะกงยังได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “สายน้ำแห่งมังกร” ของเมืองแปดริ้ว เพราะสายน้ำที่คดโค้งไปมาแลดูคล้ายพญามังกร และเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัด ทั้งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร และวิถีชีวิตของผู้คน

.

เมื่อถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ลงบนผืนผ้า จึงเกิดเป็น ลายเอกลักษณ์ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีรูปทรงด้านบนและด้านล่างคล้ายหลังคาพระอุโบสถ และมีเส้นสะท้อนเป็นตัวแทนของสายน้ำบางปะกง

เพราะ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นสถานที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวแปดริ้ว ลวดลายที่สะท้อนลงบนผืนผ้าจึงเปรียบเสมือนภาพของพระอุโบสถที่ปรากฏอยู่บนสายน้ำ

.

ส่วนสีสันบนลายผ้าก็มีความหมายเช่นกัน

สีเหลือง แทนองค์หลวงพ่อโสธร

สีฟ้าเทา หรือ “สีด่อน” แทนหลังคาพระอุโบสถหลวงพ่อโสธร

สีขาว แทนแม่น้ำบางปะกง แหล่งชีวิตของชาวฉะเชิงเทรา

สีเลือดนก แทนธงประจำจังหวัด

สีน้ำตาล สื่อถึงเมืองเก่า ความสงบเรียบง่าย และความมั่นคงของฉะเชิงเทรา

แต่สิ่งที่ทำให้ผืนผ้านี้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น คือ “สีด่อน” ซึ่งถูกเลือกให้เป็นสีพื้นของผ้า

.

สีด่อนคือสีฟ้าหม่นเหลือบเทา มีที่มาจาก สีของกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร ซึ่งเมื่อกระทบกับแสงแดดจะสะท้อนเป็นสีฟ้าหม่นอย่างงดงาม

คำว่า “ด่อน” เป็นภาษาอีสาน หมายถึง เผือก ขาว หรือด่างขาว เช่น “ควายด่อน” หมายถึงควายเผือก แต่เมื่อถูกนำมาใช้เรียกสีของหลังคาโบสถ์ จึงกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ชาวฉะเชิงเทราคุ้นเคย

.

การทอผ้าสีด่อนยังคงใช้ กี่ทอมือของคนในชุมชน โดยใช้เส้นยืนเป็นฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม ส่วนเส้นพุ่งใช้ฝ้ายสองสี คือฟ้าและขาว นำมาตีเกลียวรวมกันเป็นเส้นเดียว ก่อนนำไปทอจนเกิดเป็นผืนผ้าที่เรียกว่า “ผ้าหางกระรอก”

.

เมื่อทอออกมา สีฟ้าและน้ำเงินจึงเกิดมิติที่ดูเก่า หม่น และนุ่มตา กลายเป็น “สีด่อน” ในแบบฉบับของฉะเชิงเทรา โดยความงามของแต่ละผืน ยังมีเสน่ห์จากฝีมือการทอมือที่ทำให้รายละเอียดไม่เหมือนกันทุกผืน

.

ทุกองค์ประกอบจึงถูกนำมาร้อยเรียงเป็นผืนผ้าที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองแปดริ้ว มาถ่ายทอดเป็นงานหัตถกรรมที่สวมใส่ได้ และส่งต่อเรื่องราวของบ้านเกิดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank