ม.จ.สิทธิพร กฤดากรจากเวียงวังสู่ท้องทุ่งนาสัจจะของข้าวปลา และมายาของเงินทอง

ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันราคาขึ้น และนักการเมืองแนะนำให้ปลูกผักเลี้ยงไก่แบบนี้ ช่างเป็นบรรยากาศที่ชวนให้หวนนึกถึงวรรคทองว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง” อยู่เหมือนกัน ซึ่งในมุมมองของคนในเมืองก็มองว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยข้าวปลาเพียงอย่างเดียว
.
ครั้งหนึ่ง การเกษตรกรรมนับว่าเป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีต ก่อนที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยจะเริ่มมีการทำอุตสาหกรรมเบากันบ้าง และเข้ามาทำอุตสาหกรรมแบบหนัก ๆ ในช่วงหลังยุคกึ่งพุทธกาล
.
ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยนี้ ก็มีเจ้านายบางองค์เห็นถึงวิธีการทำเกษตรที่โบราณของไทย และปรารถนาที่จะพัฒนาให้ทันสมัยและเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น นำมาสู่การทำอะไรใหม่ ๆ ให้กับแวดวงการเกษตรของไทย เจ้านายองค์นั้น ก็คือ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่ และเจ้าของวรรคทอง “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง”
.
๏ ม.จ. สิทธิพร กฤดากร
.
หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ประสูติเมื่อวันที่ 11 เมษายน พุทธศักราช 2426 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ กับหม่อมสุภาพ ทรงมีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมมารดาหลายพระองค์ หนึ่งในนั้นคือพระองค์เจ้าบวรเดช ที่หลายท่านน่าจะรู้จักกันดี
.
เมื่อทรงเจริญชันษาได้รับการส่งไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษตามธรรมเนียมของเจ้านายในยุคนั้น ทรงเริ่มเรียนตั้งแต่ระดับประถมที่โรงเรียนแฮร์โรว์ จากนั้นทรงศึกษาต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่ City and Guilds Technical College ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยลอนดอน โดยท่านเป็นผู้ที่ช่างคิดช่างประดิษฐ์และหมั่นศึกษาค้นคว้าทางด้านวิศวกรรมเรื่อยมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพของท่านในอนาคต
.
อย่างไรก็ดี เมื่อหม่อมเจ้าสิทธิพรทรงสำเร็จการศึกษาก็กลับมาช่วยกิจการโรงงานทำปูนขาวอยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่จะเข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศ ก่อนที่จะโยกย้ายไปยังกรมฝิ่นของกระทรวงการคลัง ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดี ก่อนที่จะได้ขึ้นเป็นอธิบดีหลังจากที่โยกย้ายกลับมาจากการเป็นอธิบดีที่กรมกษาปณ์
.
๏ จากเวียงวังสู่ท้องทุ่งนา
.
หลังจากที่ทรงงานในระบบราชการมาหลายปี เมื่อหม่อมเจ้าสิทธิพรมีพระชันษาได้ 38 ปี ก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากราชการ สละตำแหน่งอธิบดีอันทรงเกียรติ และเวียงวังในฐานะเจ้า ไปตั้งรกรากใหม่กับเจ้าศรีพรหมาผู้เป็นชายาที่บ้านบางเบิด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้ชีวิตอย่าง “ชาวไร่ชาวนา”
.
เบื้องหลังการลงมาเป็นชาวไร่ชาวนาของหม่อมเจ้าสิทธิพรนี้ มีเบื้องหลังมาจากวิสัยทัศน์ที่มองว่าในอนาคตงานราชการจะตำแหน่งไม่พอรองรับคนรุ่นใหม่ จึงต้องหาอาชีพสำรองไว้ ซึ่งบรรดาอาชีพทั้งหลายก็ล้วนแต่มีตำแหน่งจำกัด จะยกเว้นก็เพียงแค่อาชีพกสิกรรมที่ยิ่งมีมากยิ่งดี หม่อมเจ้าสิทธิพรจึงทรงตัดสินใจที่จะออกมาทำการเกษตรเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้คน ซึ่งฟาร์มที่บ้านบางเบิดแห่งนี้เองที่จะนำมาซึ่งสิ่งใหม่ ๆ ในวงการเกษตรของไทย
.
หม่อมเจ้าสิทธิพรทรงริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนหลายประการ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียนในที่ดินเดียว การอนุรักษ์ดิน การนำไก่และหมูมาเลี้ยงเป็นการค้า การทำไร่นาสวนผสม นอกจากนี้ยังทดลองผลิตยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียที่บ่มด้วยความร้อน และทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่หลากชนิดที่นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ
.
หนึ่งในสิ่งใหม่ ๆ ที่หม่อมเจ้าสิทธิพรนำเข้ามาแล้วได้รับความนิยมสูง ก็เช่นการเลี้ยงไก่พันธุ์เล็กฮอร์นที่ให้ไข่มาก ซึ่งกลายเป็นการบุกเบิกอุตสาหกรรมไข่ไก่ในไทยขึ้นมาด้วย นอกเหนือจากงานในฟาร์ม ก็ยังทรงรับงานบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “กสิกร” เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตร ซึ่งหนังสือพิมพ์กสิกรนี้ก็ยังดำเนินงานยาวมาจนถึงปัจจุบัน
.
๏ วิกฤตเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
.
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่องมาจนถึงในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจโลกนี่เอง ทำให้หม่อมเจ้าสิทธิพร ซึ่งบัดนี้ได้มีชื่อเสียงในแวดวงการเกษตรถูกเรียกให้กลับมารับราชการเป็นอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม ทว่าได้เข้ารับราชการไม่นานนัก กระแสการเมืองไทยก็เข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง
.
แน่นอนว่าหม่อมเจ้าสิทธิพรซึ่งเป็นขั้วอำนาจเก่า ตลอดจนมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระองค์เจ้าบวรเดช เมื่อคณะกู้บ้านกู้เมืองแพ้คณะราษฎรแล้วกลายเป็นกบฏ ทำให้หม่อมเจ้าสิทธิพรเองก็ถูกจับและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งหม่อมเจ้าสิทธิพรเองก็เป็นหนึ่งในนักโทษทางการเมืองที่ถูกเนรเทศไปคุมขังอยู่บนเกาะตะรุเตาด้วย
.
แต่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในโมงยามแห่งความสิ้นอิสรภาพ แต่ด้วยหน้าที่ในฐานะนักการเกษตรก็ยังคงผลักดันให้ท่านทำการเกษตรอยู่บนเกาะ ตลอดจนส่งจดหมายให้คำแนะนำด้านการเกษตรแก่ชายาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งทรงถูกคุมขังอยู่นานกว่า 11 ปี กระทั่งทรงได้รับการนิรโทษกรรมเมื่อมีพระชันษาได้ 61 ปี
.
๏ มรดกของบิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่
.
ถึงแม้เวลาจะผ่านไป แต่หม่อมเจ้าสิทธิพรก็ยังคงทำงานด้านการเกษตรอยู่เรื่อย ๆ โดยเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการในสมัยรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ ตลอดจนทรงเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติผ่านการเป็นประธานของคณะกรรมการข้าวนานาชาติด้วย
.
ไม่เพียงเท่านั้น หม่อมเจ้าสิทธิพรยังเป็นหนึ่งในคนไทยที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ ที่มอบให้แก่ผู้ที่อุทิศตนเพื่อสังคมในด้านต่าง ๆ โดยหม่อมเจ้าสิทธิพรทรงได้รับรางวัลในด้านบริการสาธารณะสาขาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่
.
หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงถึงชีพิตักษัยเมื่อเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2514 สิริชันษา 88 ปี หม่อมเจ้าสิทธิพร นับว่าทรงเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างที่ดีของผู้มีวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า ตลอดจนเชื่อมั่นในอุดมการณ์และทำงานเพื่อสังคมอยู่เสมอ
.
มรดกทางการเกษตรที่ท่านทิ้งไว้ยังคงงอกเงยในแผ่นดินไทยจนถึงปัจจุบัน ทั้งอุตสาหกรรมไก่และไข่ไก่ อุตสาหกรรมยาสูบเวอร์จิเนีย พันธุ์ข้าวโพดที่แพร่หลายทั่วประเทศ และสถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดตั้งขึ้นบนผืนดินบางเบิดเดิมเพื่อสืบทอดอุดมการณ์ของท่านสืบมา การเกษตรแผนใหม่ที่ท่านบุกเบิกได้สร้าง “สัจจะของข้าวปลา” ให้แก่เกษตรกรได้มีกินมีใช้ และสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมเรื่อยมา
.
#สุดโปรด #บุคคล #ชีวประวัติ #การเกษตร #ประวัติศาสตร์ #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ