“หมอนผาลับแล” งานปักโบราณไม่ได้มีไว้พิง แล้วมีไว้ทำอะไร ?

ถ้าพูดถึง “หมอนผา” หลายคนอาจนึกถึงหมอนสามเหลี่ยมที่ใช้สำหรับพิงหลัง แต่สำหรับคนเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ หมอนผากลับมีความหมายมากกว่านั้น เพราะนี่คือ งานหัตถกรรมที่ผูกพันกับประเพณี ความศรัทธา และภูมิปัญญาการปักผ้าที่สืบทอดกันมา

.

หน้าตาของ หมอนผาลับแล มีเอกลักษณ์แบบหมอนผาโบราณ คือเป็นรูป สามเหลี่ยมหน้าจั่ว ฐานแคบกว่าสองด้าน แต่สิ่งที่สะดุดตาคือบริเวณหน้าหมอนที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ทั้งการปักดิ้นและการใช้ผ้าทอของกลุ่ม ลาวครั่ง พร้อมลวดลายงดงาม เช่น ลายนาคและลายหงส์ นี่เองที่ทำให้หมอนผาลับแลแตกต่างจากหมอนขวานในพื้นที่อื่น

.

สามเหลี่ยมเหมือนกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน

แม้หมอนผาจะพบในหลายภูมิภาค แต่รูปแบบการทำและการตกแต่งมีความแตกต่างกัน หมอนขวานของภาคอีสานมักทำเป็น สามเหลี่ยมด้านเท่า ขณะที่หมอนผาในภาคกลางนิยมตกแต่งด้วย ลายจกบริเวณด้านข้าง และไม่ได้เน้นการประดับบริเวณหน้าหมอน

.

แต่ที่ เมืองลับแล กลับให้ความสำคัญกับ “หน้าหมอน” เป็นพิเศษ โดยนำดิ้นมาปักเป็นลวดลายต่าง ๆ อย่างละเอียดและงดงาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของหมอนผาลับแลและที่น่าสนใจคือ คนลับแลไม่ได้ทำหมอนผาไว้สำหรับพิงเป็นหลัก แล้วทำขึ้นเพื่ออะไร ?

.

หมอนที่เกิดมาเพื่อ “งานบุญ”

หมอนผาลับแลมีความผูกพันกับ งานประเพณีทางพุทธศาสนา โดยชาวบ้านนิยมจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในงาน ทอดกฐินและทอดผ้าสี่ไตร ก่อนถวายแด่พระสงฆ์เพื่อใช้งาน จึงไม่ใช่เพียงของใช้ธรรมดา แต่เป็นงานฝีมือที่สะท้อนทั้ง ความศรัทธา ความตั้งใจ และฝีมือของผู้ทำ

ทุกลวดลายที่ปักลงบนหน้าหมอนจึงเปรียบเสมือนการบรรจงส่งต่อความงามของภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงานบุญจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

.

จากหมอนเมืองลับแล สู่ของถวายในหลวง ร.9

เรื่องราวของหมอนผาลับแลยังปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรอำเภอลับแล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2501 ณ โรงเรียนเทศบาลศรีพนมมาศพิทยากร ชาวลับแลได้นำ หมอนผาลับแลขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการบันทึกและนำเสนอไว้ในนิทรรศการบน เรือนลับแลโบราณ ณ พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นอีกหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า งานหัตถกรรมชิ้นเล็ก ๆ จากชุมชนสามารถเป็นตัวแทนของภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของคนลับแลได้อย่างงดงาม

.

จากมือช่าง สู่มือของคนรุ่นใหม่

วันนี้ หมอนผาลับแลไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังมีความพยายามทำให้ภูมิปัญญานี้เดินทางต่อไป โรงเรียนพนมมาศพิทยากร เทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ชุมชนคุณธรรมเมืองลับแล ได้มีการถ่ายทอดศิลปะการปักหน้าหมอนให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทั้งทักษะและคุณค่าของงานหัตถกรรมท้องถิ่น

.

ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดแสดงหมอนผาลับแลที่ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนลับแล เพื่อให้ผู้มาเยือนและผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานได้รู้จักภูมิปัญญานี้มากขึ้น

.

จากงานปักหน้าหมอนในงานบุญ สู่ มรดกทางวัฒนธรรมของเมืองลับแล และจากมือของช่างฝีมือรุ่นเก่า สู่มือของเยาวชนรุ่นใหม่ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ภูมิปัญญาเก่าแก่ไม่เพียงถูกเก็บรักษาไว้ แต่ยังสามารถ มีชีวิตและเดินทางต่อไปในอนาคต ได้อีกด้วย

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank