หลายคนอาจเคยกินก๋วยเตี๋ยวหรือกาแฟจาก “ชามตราไก่” โดยไม่ทันสังเกตว่า ภาชนะใบเล็กที่คุ้นตานี้ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำปาง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่รับรองทั้งคุณภาพ แหล่งกำเนิด และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
.
จุดเริ่มต้นของชามตราไก่ย้อนกลับไปถึงประเทศจีน ที่นิยมใช้ชามลวดลาย ไก่ตัวผู้ ในชีวิตประจำวัน เพราะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความขยัน ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์
เมื่อชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดลำปาง พวกเขาได้นำองค์ความรู้ด้านการทำเครื่องปั้นดินเผาและลวดลายไก่ติดตัวมาด้วย ก่อนจะผสมผสานกับทรัพยากรท้องถิ่น จนเกิดเป็น ชามตราไก่ลำปาง ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด
.
สิ่งสำคัญที่ทำให้ลำปางกลายเป็นเมืองเซรามิกของไทย คือ ดินขาวคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผลิตเซรามิก ทำให้ชามตราไก่จากลำปางมีความแข็งแรง เนื้อเนียน และเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน
.
แม้จะมีการผลิตเซรามิกสมัยใหม่มากมาย แต่เสน่ห์ของชามตราไก่ลำปางยังคงอยู่ที่ การเขียนลวดลายด้วยมือ ไก่ทุกตัว ดอกไม้ทุกดอก และใบไม้ทุกเส้น ล้วนเกิดจากฝีมือของช่างเขียนที่ถ่ายทอดความประณีตลงบนชามทีละใบ จึงไม่มีชามใบไหนเหมือนกัน 100%
.
บางใบไก่กำลังโก่งคอขันรับอรุณ บางใบกำลังเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหาร รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่ทำให้ชามตราไก่ไม่ใช่เพียงภาชนะ แต่เป็นงานศิลปะที่มีชีวิต
.
หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สินค้า GI ชามตราไก่ก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น จากของใช้ในครัวเรือน กลายเป็นของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างตามหา
.
หากอยากรู้จักชามตราไก่ให้มากกว่าที่เคย หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี จังหวัดลำปาง ที่รวบรวมเรื่องราวของชามตราไก่ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา วัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมเซรามิกลำปาง
.
นอกจากการชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังสามารถร่วมเวิร์กช็อปปั้นและเพนต์เซรามิกด้วยตัวเอง เพื่อสร้างผลงานชิ้นเดียวในโลกและเก็บเป็นความทรงจำกลับบ้าน

