วัดราชบพิธนับว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นในทุกขณะ หลายครั้งที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปแล้วเห็นป้ายห้ามเข้าบริเวณส่วนพระเจดีย์ก็คงจะคิดว่าดูได้แค่ด้านนอกอย่างเดียว อย่างไรก็ดี ในส่วนของพระอุโบสถที่อยู่ฝั่งถนนเฟื่องนครนั้นก็ยังสามารถเข้าชมได้อยู่ และเป็นอีกหนึ่งพระอุโบสถที่งามและแปลกตาอีกแห่งหนึ่งด้วย
.
ภายนอกของพระอุโบสถ แน่นอนว่ายามแรกที่เห็นก็ชัดเจนว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมไทยประเพณี มีหน้าบัน 2 ชิ้น คือหน้าบันนารายณ์ทรงสุบรรณที่มุขด้านหน้า และมีหน้าบันรูปช้างอยู่บนสุด เหนือช้างเหล่านั้นปรากฏเป็นพระราชลัญจกรในรัชกาลที่ 5 หรือก็คือพระเกี้ยวนั่นเอง แต่ถึงแม้ว่าภายนอกของพระอุโบสถจะดูเป็นไทยขนาดไหนก็ตาม เมื่อเราเดินเข้ามาในพระอุโบสถจะเห็นว่ามันกลับกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกไป
.
สถาปัตยกรรมภายในของพระอุโบสถวัดราชบพิธมีลักษณะคล้ายกับสถาปัตยกรรมภายในของโบสถ์คริสต์ เป็นโถงยาวและด้านบนมีลักษณะเป็นระบบคานเสาแบบกอธิค มีประตูและหน้าต่างเป็นงานประดับมุกสวย ๆ ประดิษฐานพระประธานนาม “พระอังคีรส” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะการทำจีวรเป็นริ้วแบบสมจริง อันเป็นพระราชนิยมที่ปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 4 นอกจากนี้ที่ฐานบัลลังก์ของพระอังคีรสยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 อีกทั้งยังประดิษฐานพระสรีรางคารของรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 อีกด้วย
.
อีกหนึ่งจุดงาม ๆ ของพระอุโบสถวัดราชบพิธ นอกจากลวดลายต่าง ๆ ที่ตกแต่งไว้แล้ว ยังมีส่วนของงานภาพโมเสก ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เป็นชิ้นงานที่สร้างขึ้นเพื่อสานต่อพระราชดำริเดิม โดยมีประวัติว่าในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะจัดสร้างภาพโมเสกบอกเล่าพระราชกรณียกิจของพระองค์ ทว่าไม่เกิดขึ้นจริง กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 เองก็มีแผนจะทำให้เกิดขึ้น มีการกำหนดแบบเอาไว้แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณจึงไม่ได้สร้างไว้ จนกระทั่งได้มีการสร้างและสัมฤทธิผลจริงในปัจจุบันนี่เอง





