ไม่รักใครในแผ่นดินถิ่นสุธา รักแต่ “เทพธิดา” สุราลัย

ในปี 2569 นี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีวันครบรอบอยู่หลายงาน หนึ่งในนั้นก็คือการเป็นวันเกิดปีที่ 240 ของสุนทรภู่ และเป็นวันครบรอบ 40 ปี ที่ยูเนสโกประกาศยกย่องให้สุนทรภู่เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้วย

.

สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสุนทรภู่ที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยในกรุงเทพก็มีอยู่หลายแห่ง ทั้งวัดศรีสุดารามที่บางกอกน้อยซึ่งสุนทรภู่เคยเล่าเรียน ไปจนถึงเรือนหอนั่งในตำหนักปลายเนินที่เล่ากันว่าเป็นอดีตเรือนของสุนทรภู่ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสุนทรภู่และใช้ในการจัดงานสุนทรภู่เรื่อยมาอย่าง “วัดเทพธิดา”

.

วัดเทพธิดารามวรวิหาร ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดราชนัดดา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาองค์ใหญ่ของพระองค์ งานสถาปัตยกรรมของวัดเป็นงานแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือมีอิทธิพลจีนผสมอยู่ ในพระอุโบสถมี “หลวงพ่อขาว” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลาขาวขนาดเล็กที่อัญเชิญจากพระบรมมหาราชวังมาประดิษฐานไว้ นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่ประดิษฐานประติมากรรมพระภิกษุณี 52 รูปอยู่ด้วย ซึ่งเป็นที่เดียวในไทยที่มีลักษณะเช่นนี้

.

ไฮไลต์สำคัญของวัดเทพธิดาราม ก็คือที่นี่เป็นที่ตั้งของกุฏิสุนทรภู่ ซึ่งเป็นที่พำนักของสุนทรภู่เมื่อครั้งออกบวชที่วัดเทพธิดาราม ปัจจุบันได้มีการบูรณะและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์มาได้เกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งที่นี่มีความพิเศษตรงที่มีเทคโนโลยี AR ที่สามารถถ่ายภาพเสมือนจริงให้ปรากฏเป็นภาพที่เราอยู่ร่วมกับสุนทรภู่ในกุฏิของท่าน