บ่อยครั้งที่นั่งรถเมล์ผ่านถนนพรานนก ภาพที่ชินตาของผู้เขียนมักจะเป็นภาพของประติมากรรมรูป “สุดสาครขี่ม้านิลมังกร” ที่เกาะกลางถนนอยู่เรื่อยมา ซึ่งในตอนเด็กก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไรมาก มองเป็นของประดับถนนที่แม่มักจะชี้ชวนให้ดูเวลานั่งรถผ่าน แต่พอโตขึ้นมาก็เริ่มสงสัยถึงที่มาว่าทำไมต้องเป็นสุดสาคร
.
แน่นอนว่าบางกอกน้อย เป็นย่านที่เกี่ยวโยงกับ “สุนทรภู่” ในฐานะบ้านเกิด (สุนทรภู่เกิดวังหลัง เป็นคนกรุงเทพ ไม่ใช่คนระยอง) ฉะนั้นแล้วร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับสุนทรภู่จึงเกิดขึ้นมาหลายจุดในบางกอกน้อยแห่งนี้ ตั้งแต่อนุสรณ์เล็ก ๆ ที่วัดศรีสุดาราม เรื่อยมาจนถึงประติมากรรมชิ้นนี้
.
ทำไมต้องเป็นสุดสาคร? สิ่งนี้เกี่ยวโยงกับซอยที่อยู่ใกล้ ๆ กับประติมากรรมชิ้นนี้ ก็คือซอยพรานนก 7 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งของ “ชุมชนสุดสาคร” ทำให้ซอยนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าซอยสุดสาครด้วย แต่ทั้งนี้ ประวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ไม่ได้มีบันทึกเอาไว้ชัดเจน แต่น่าจะเกิดขึ้นหลังจากการตัดถนนพรานนก และได้มีการนำเอาชื่อจากตัวละครในพระอภัยมณีของสุนทรภู่มาตั้งเป็นชื่อซอยและชื่อชุมชน นอกจากซอยสุดสาครแล้ว ก็ยังมีซอยพรานนก 9 ที่ได้ชื่อว่าซอยสินสมุทรด้วย
.
สำหรับประติมากรรมชิ้นนี้ ก็ไม่ได้มีการบันทึกรายละเอียดเอาไว้มากนัก แต่ก็มีคอมเมนต์ในพันทิปที่กล่าวว่าเป็นผลงานประติมากรรมจากขยะรีไซเคิล ของศูนย์รีไซเคิลพระสถาปนาพุทธิวังโส วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ซึ่งนอกจากข้อมูลดังกล่าวแล้ว ก็ไม่ได้มีหลักฐานอื่นใดที่แน่ชัดซึ่งกล่าวถึงประติมากรรมชิ้นนี้เพิ่มเติม

