พูดถึงซูชิ ภาพจำของคนส่วนใหญ่จะเป็นข้าวปั้นที่มีปลาดิบแปะด้านบน และปลาดิบในภาพจำของคนส่วนใหญ่ก็คือเจ้าเนื้อปลาสีส้มอย่างแซลมอน แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วงก่อนทศวรรษที่ 80s ซูชิหน้าแซลมอนเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นเคยเบือนหน้าหนีกันมาก่อน?
ซูชินับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีความเป็นมาในประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน โดยซูชิแบบที่มีปลาดิบแปะหน้านี้เรียกกันว่านิกิริ ซึ่งเป็นรูปแบบของซูชิที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในสมัยเอโดะ กล่าวกันว่าเป็นสิ่งที่คิดค้นขึ้นมาโดยเชฟนามฮานายะ โยเฮย์ ในช่วงทศวรรษที่ 1820s และด้วยความที่นิยมใช้ปลาที่จับได้จากอ่าวเอโดะหรืออ่าวโตเกียวนี้เอง ทำให้มันถูกเรียกว่า เอโดะมาเอะซูชิ ซูชิจากอ่าวเอโดะนั่นเอง
แน่นอนว่าประเทศญี่ปุ่นมีปลาแซลมอนอาศัยอยู่ แต่ทั้งนี้แซลมอนไม่ได้อาศัยอยู่ในอ่าวเอโดะ ทำให้มันไม่ได้เป็นปลาที่จะถูกนำมาใช้ในการทำนิกิริซูชิในยุคแรกเริ่ม โดยแซลมอนมีถิ่นอาศัยอยู่แถบฮอกไกโดหรือฮอนชูเป็นหลัก แซลมอนในอดีตนั้นคนญี่ปุ่นจะกินแบบสุกเท่านั้น ไม่เอามากินดิบเพราะไม่สะอาด
ปลาแซลมอนในธรรมชาติก็เหมือนกับปลาทั่วไป คือมันมีพยาธิอะนิซาคิ ที่สามารถทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรงได้ ซึ่งคนญี่ปุ่นก็น่าจะเรียนรู้ถึงความอันตรายนี้ และบริโภคแซลมอนแบบปรุงสุกมาโดยตลอด แต่แล้วพอเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ในทศวรรษที่ 1980s ก็เกิดทางเลือกของแซลมอนที่สะอาดกว่า จนเกิดเป็นซูชิหน้าแซลมอนขึ้นมา ซึ่งแซลมอนทางเลือกนั้นก็คือ “แซลมอนนอร์เวย์”
ในทศวรรษที่ 1980s ที่นอร์เวย์ประสบปัญหาแซลมอนล้นตลาด ซึ่งแซลมอนสะอาด ๆ จากฟาร์มนี้มันก็เริ่มขายไม่ออกในนอร์เวย์ ทางกรมประมงนอร์เวย์ก็เลยต้องหาตลาดใหม่ให้ เกิดเป็นโปรเจกต์เจแปน ส่งออกแซลมอนที่สะอาด ปลอดภัยต่อการกินดิบมายังญี่ปุ่น แซลมอนเหล่านี้ถูกส่งเข้ามาขายในราคาถูก ทำให้เชฟซูชิหลายคนเลือกหยิบไปใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งไม่นานนักซูชิหน้าแซลมอนก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น จนกลายเป็นภาพจำเวลาที่พูดถึงซูชิขึ้นมา
.
#จานโปรด#ญี่ปุ่น#ซูชิ#แซลมอน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

