เสน่ห์ “ผ้าลุนตยาอะฉิก” ซิ่นทรงโปรดของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

“ผ้าลุนตยา” เป็นคำย่อจาก “ลุนตยาอะฉิก” โดยคำว่า “ลุนตยา” หมายถึง ร้อยกระสวย สื่อถึงเทคนิคการทอที่ต้องใช้กระสวยบรรจุเส้นไหมสีต่าง ๆ นับร้อย ส่วนคำว่า “อะฉิก” แปลว่า ลายคลื่น อันเป็นเอกลักษณ์ของผืนผ้า

.

ลวดลายคลื่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงความงามทางศิลปะ แต่ยังซ่อนความหมายทางพุทธจักรวาลไว้ด้วย คลื่นที่ซ้อนกันเจ็ดชั้นเปรียบเสมือน เขาสัตตบริภัณฑ์ ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของจักรวาลตามคติพุทธศาสนา

.

ผ้าลุนตยาอะฉิก ถือเป็นผ้าซิ่นชั้นสูงของชาวพม่า ใช้แพร่หลายในราชสำนักอังวะ มัณฑะเลย์ อมรปุระ ย่างกุ้ง และรัฐฉาน โดยเฉพาะในราชวงศ์อลองพญาที่ใช้สืบทอดกันมาหลายร้อยปี

.

ผืนผ้านี้ไม่ได้มีไว้เพียงสวมใส่ทั่วไป แต่เป็นเครื่องแต่งกายของชนชั้นสูง ทั้งกษัตริย์ ขุนนาง และเชื้อพระวงศ์ ผู้ชายจะนุ่งผ้ายาวเรียกว่า “ตาวง์เฉ่ญ์ปะโซ” ส่วนสตรีนุ่งซิ่นแบบไม่เย็บตะเข็บ เรียกว่า “ทะเมง” ซึ่งปล่อยชายยาวลากพื้นอย่างสง่างาม

.

ความพิเศษของลุนตยาอะฉิกคือ การทอแบบเกาะล้วง ที่ต้องใช้ช่างทอ สองคนทำงานพร้อมกัน และยังต้องทอจากด้านหลังของผืนผ้า เมื่อต้องการดูความคืบหน้าของลาย ต้องใช้กระจกส่องจากด้านล่าง เส้นไหมจากกระสวยนับร้อยจะถูกสอดประสานทีละเส้น จนเกิดเป็นเส้นโค้งไล่ระดับสี กลายเป็นลายคลื่นที่ดูเหมือนเชือกเกลียว เรขาคณิต หรือแม้แต่เถาวัลย์ ดอกไม้ และนกนานาชนิด ความประณีตนี้ทำให้ผ้าลุนตยามีราคาสูง และยังคงเป็นงานทอระดับหรูในปัจจุบัน

.

ลาย “อะฉิก” ยังถูกตีความได้หลากหลาย บ้างมองว่าเป็นคลื่นของแม่น้ำอิรวดี บ้างเห็นเป็นทะเลสีทันดร หรือเมฆบนสวรรค์ แต่ไม่ว่าจะมองแบบใด ทุกเส้นลายล้วนสะท้อนความเชื่อทางพุทธศิลป์และจักรวาลวิทยา

.

ผ้าลุนตยาอะฉิกยังมีบทบาทสำคัญในไทย โดยเฉพาะในล้านนา ซึ่งเป็นซิ่นที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงโปรดมาก พระองค์ทรงประยุกต์ซิ่นลุนตยาด้วยการต่อ ตีนจกไหมคำ ที่เชิงซิ่น เกิดเป็นรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานศิลปะพม่าและล้านนาอย่างงดงาม

.

ซิ่นลุนตยาที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและแฟชั่นราชสำนักในอดีต

.

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ผ้าลุนตยาอะฉิกยังคงเป็นสัญลักษณ์ของงานทอชั้นสูง ที่รวมทั้ง ฝีมือ ศรัทธา และจักรวาลความเชื่อ ไว้ในผืนเดียว ร้อยกระสวยนับร้อยจึงไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือเรื่องราวที่ถักทอผ่านประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษ