ทุกเดือนธันวาคม โลกทั้งใบจะถูกแต้มด้วยแสงไฟระยิบระยับ เสียงเพลงคริสต์มาสลอยคลอ และภาพคุ้นตาที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ต้นคริสต์มาส” ![]()
ต้นสนสูงใหญ่ ประดับลูกบอล ไฟสี และดาวบนยอด ภาพจำนี้ฝังแน่นในใจใครหลายคน โดยเฉพาะในบ้านเรา
.
แต่รู้ไหมว่า…ต้นคริสต์มาส
ไม่ได้เริ่มต้นจากต้นสนและของตกแต่งที่แขวนไว้ ไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม เบื้องหลังความรื่นเริงนี้ ซ่อนประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และสัญลักษณ์ที่เก่าแก่ยาวนานกว่าศาสนาคริสต์เสียอีก ![]()
.
สุดโปรด ขอพาทุกคนย้อนไปดูเรื่องราว จุดเริ่มต้นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ของสัญลักษณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาส
.
ก่อนจะมีคริสต์มาส โลกก็มี “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์”
ย้อนกลับไปก่อนคริสต์ศาสนา ผู้คนในอารยธรรมโบราณเชื่อมโยง “พระเจ้า” เข้ากับ “ดวงอาทิตย์”ฤดูหนาวที่กลางวันสั้นลง จึงถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่พลังแห่งชีวิตอ่อนแรง
ทางออกของผู้คนในยุคนั้นคือการนำ ต้นไม้ตระกูล Evergreen
ต้นไม้ที่ยังเขียวแม้ในฤดูหนาว มาตกแต่งบ้านและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสื่อสารว่า ชีวิตยังไม่ตาย และ ฤดูแห่งแสงสว่างจะกลับมาอีกครั้ง
ในอียิปต์โบราณ
ชาวอียิปต์ที่บูชาเทพเจ้าราห์ เทพแห่งดวงอาทิตย์ จะใช้ต้นปาล์มและปาปิรุสสีเขียวประดับบ้าน เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของแสงเหนือความตาย ชาวโรมันมีเทศกาล Saturnalia เพื่อสดุดีเทพแห่งเกษตรกรรมและประดับวิหารด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ![]()
ขณะที่ดรูอิดแห่งเซลติก และชาวไวกิ้งในสแกนดิเนเวีย ต่างก็ยกย่องพืช Evergreen เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตนิรันดร์และการเกิดใหม่
แล้วต้นคริสต์มาสที่เรารู้จัก…เกิดขึ้นที่ไหน ?
แม้รากความเชื่อจะกระจายอยู่ทั่วโลก แต่ ต้นคริสต์มาสในรูปแบบที่เราคุ้นเคย
เกิดขึ้นครั้งแรกที่ ประเทศเยอรมนี
ปี ค.ศ. 1419 ในการแสดงละครเรื่อง อดัมและอีฟ มีการนำต้น Fir มาตั้งเป็นฉากแทน “ต้นไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว” ในสวนเอเดน บนต้นไม้ถูกแขวนแอปเปิล เวเฟอร์ ขนมปังขิง และของกินอื่นๆ ที่มีความหมายทางศาสนา
การแสดงนี้จัดขึ้นวันที่ 24 ธันวาคม วันเดียวกับคริสต์มาสอีฟ
และจากเวทีละคร…ต้นไม้ต้นนี้ก็ค่อย ๆ เดินเข้าสู่บ้านของชาวเยอรมัน
.
ทำไมต้นคริสต์มาสต้องเป็นทรงสามเหลี่ยม ?
เดิมที ในห้องเดียวกับต้นไม้แห่งสวนเอเดน จะมีสิ่งหนึ่งตั้งอยู่คู่กันเสมอ เรียกว่า Christmas Pyramid โครงไม้หลายชั้นไล่ระดับขึ้นไปเหมือนพีระมิด ประดับด้วยเทียน ดาว
ตุ๊กตา
และต้นไม้ Evergreen ![]()
ในศตวรรษที่ 16 ทั้งสองสิ่งนี้ถูกรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นต้นไม้ทรงฐานกว้าง ปลายแหลม ประดับของห้อยระย้าและนั่นคือ “ต้นคริสต์มาส” แบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ส่วนเหตุผลที่บ้านหนึ่งมีต้นเดียว…ก็เพราะในปี 1530 แคว้น Alsace ต้องออกกฎหมายจำกัดการตัดต้นไม้ หลังความนิยมต้นคริสต์มาสพุ่งสูงจนธรรมชาติเริ่มเสียสมดุล
.
ของตกแต่ง…ไม่ได้แขวนไว้เฉย ๆ
ในยุคแรก ของตกแต่งต้นคริสต์มาสคือ อาหารจริงแอปเปิล สัญลักษณ์ของสวนเอเดน
เวเฟอร์และขนมปังขิงแทนร่างกายของพระเยซูในพิธีศีลมหาสนิท ถั่ว ผลไม้ เบอร์รี่ แทนความอุดมสมบูรณ์และความหวังของฤดูใบไม้ผลิ ![]()
จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 เมืองเล็ก ๆ ชื่อ Lauscha ในเยอรมนี ได้ให้กำเนิดของตกแต่งแก้วเป่าลูกบอลแก้ว ผลไม้แก้ว ลูกปัดแก้วยาวระย้า ต้นกำเนิดของลูกบอลคริสต์มาสที่เราคุ้นตา
เมื่อของตกแต่งเหล่านี้เดินทางไปถึงอเมริกาในปี 1880 ผ่านร้าน Woolworth’s คริสต์มาสก็กลายเป็นเทศกาลระดับโลก
และต้นไม้แห่งศรัทธาก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขร่วมสมัย
.
จากพิธีกรรมโบราณ…สู่ความทรงจำของวันนี้
ต้นคริสต์มาสอาจดูเป็นเพียงของตกแต่ง แต่แท้จริงแล้ว มันคือภาพแทนของมนุษย์ที่เฝ้ารอแสงสว่าง เชื่อในชีวิตใหม่ และไม่ยอมแพ้ต่อฤดูหนาวของโลก




