“ถ้าไม่มีใครดู ฉันจะดูเอง” พระดำรัสที่พลิกฟื้น “โขน” ให้หวนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ในค่ำคืนหนึ่ง ณ โรงละครเล็ก ๆ การแสดงโขนของกรมศิลปากรในตอน “นิ้วเพชร” และ “พระรามรบทศกัณฐ์” ได้ถูกจัดขึ้นถวายทอดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 👑

.

เมื่อได้ทอดพระเนตรจนจบ พระองค์มิได้เพียงตรัสชมความงดงามของการแสดงเท่านั้น แต่ยังมีพระราชเสาวนีย์ที่กลายเป็นตำนานแห่งวงการนาฏศิลป์ไทย “ถ้าไม่มีใครดู ฉันจะดูเอง” ประโยคสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยพลังนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ชุบชีวิตโขนไทย” 🎭 ให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้งในแผ่นดินนี้

.

🌸 เส้นทางศิลปะในหัวใจราชินี

ก่อนจะเสด็จมาทรงอุปถัมภ์ศิลปะชั้นสูงอย่าง “โขน” 🎭 พระองค์ทรงมีพื้นฐานทางศิลปะดนตรีมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเรียนเปียโนอย่างจริงจัง 🎹 ถึงขั้นที่สามารถก้าวสู่การเป็นนักเปียโนอาชีพได้ แต่พระองค์กลับทรงหลงใหลใน “ดนตรีไทย” ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเพลงไทยเดิม “ลาวดวงเดือน” ที่ทรงโปรดเป็นพิเศษ

.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังทรงเล่าถึง “สมเด็จแม่” ไว้ในหนังสือ สมเด็จแม่กับการศึกษา ว่า “เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ 6–7 ขวบ สมเด็จแม่ทรงสอนให้อ่านวรรณคดี เช่น พระอภัยมณี อิเหนา และรามเกียรติ์…” นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ที่พระองค์จะทรงผูกพันกับศิลปะการแสดง “โขน” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวจาก รามเกียรติ์ วรรณคดีที่ทรงรักและทรงเห็นคุณค่ามาตลอด 💫

.

🎭 พระบารมีฟื้นฟู “โขน” ศิลปะแห่งแผ่นดิน

ในอดีต “โขน” เคยเป็นเพียงการแสดงเฉพาะในราชสำนัก และต่อมากลายเป็นศิลปะที่เริ่มเลือนหายไปจากสายตาประชาชน แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงเห็นว่า “โขนคือสมบัติของชาติ” ที่ควรค่าแก่การสืบสาน

.

เมื่อปี พ.ศ. 2546 พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ จังหวัดหนองคาย และมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขนถวายทอดพระเนตร นับเป็นครั้งแรกที่โขนกลับมาแสดงถวายพระองค์อย่างเป็นทางการ

.

หลังจากการแสดง พระองค์ตรัสชมว่า “งดงามมาก” และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 300,000 บาท เพื่อให้กรมศิลปากรนำไปปรับปรุงเครื่องแต่งกายให้ประณีตยิ่งขึ้น เพราะทรงเห็นว่าลวดลายปักและงานฝีมือเหล่านี้ ควรค่าแก่การรักษาไว้ดั่งสมบัติแผ่นดิน 🇹🇭

.

💎 กำเนิด “โขนพระราชทาน” มรดกศิลป์แห่งราชินี

ปี พ.ศ. 2550 การแสดง “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในตอน “พรหมมาศ” และนั่นคือการเริ่มต้นของ “โขนพระราชทาน” ที่คนไทยทั้งประเทศต่างภาคภูมิใจ

เสียงตอบรับจากประชาชนล้นหลาม จนเกิดกระแสการชมโขนในวงกว้างอีกครั้ง 💖 ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้น แต่คนรุ่นใหม่และเยาวชนทั่วประเทศต่างสมัครเข้าร่วมออดิชั่น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศิลปะชั้นสูงนี้

.

🌺 โขนแห่งศิลปาชีพ : จากตำนานสู่เวทีโลก นับแต่นั้น “โขนพระราชทาน” ได้จัดแสดงตอนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

▪ตอนพรหมมาศ (พ.ศ. 2550, 2552)

▪ตอนนางลอย (พ.ศ. 2553)

▪ตอนศึกมัยราพณ์ (พ.ศ. 2554)

▪ตอนจองถนน (พ.ศ. 2555)

▪ตอนโมกขศักดิ์ (พ.ศ. 2556)

▪ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ (พ.ศ. 2561)

▪ตอนพระจักราวตาร (พ.ศ. 2567)

ในปีนี้ (พ.ศ. 2568) เตรียมจัดแสดงตอน “สัตยาพาลี” ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคต

.

🌼 จากพระราชดำริ… สู่แรงบันดาลใจของคนทั้งชาติ

“โขนพระราชทาน” ไม่เพียงเป็นการแสดงที่งดงามทางสายตา หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่ง “พระราชหฤทัยอันทรงคุณค่า” ที่เปลี่ยนศิลปะโบราณให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เพราะพระดำรัสนั้นไม่เพียงปลุกให้ศิลปะไทยหวนคืน แต่ยังสะท้อนพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของ “ราชินีศิลปาชีพ” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณและหัวใจแห่งศิลป์ 💖

.

📍 โขนพระราชทาน ตอน “สัตยาพาลี”

📆 จัดแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568

🏛️ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้