วัดภูมินทร์
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ (พ.ศ. 2139) มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ อุโบสถทรงจัตุรมุขที่รวมพระอุโบสถและพระวิหารไว้ในอาคารเดียว ภาพจิตรกรรม “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ![]()
อยู่ที่ผนังด้านทิศตะวันตกของวิหาร โดดเด่นด้วยความละเอียดอ่อนและความลึกซึ้งของรายละเอียด
.
ภาพแสดงถึงชายหญิงในท่าทางที่ฝ่ายชายกระซิบอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายจะเป็นคำหวานหรือความในใจให้ฝ่ายหญิงฟัง ดวงตาและรอยยิ้มที่ฝ่ายหญิงตอบกลับสะท้อนถึงความรักและความอ่อนโยน ภาพนี้จึงถูกขนานนามว่า “กระซิบรักบันลือโลก” ![]()
.
หนึ่งในภาพจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน คงหนีไม่พ้นภาพที่ประดับอยู่ขนาบประตูด้านทิศตะวันตก
ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “กระซิบรักบันลือโลก”
แต่แท้จริงแล้ว หากพิจารณาจากคำบรรยายภาพโบราณที่เขียนกำกับไว้ ภาพนี้มีชื่อดั้งเดิมว่า “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งคำว่า “ม่าน” หมายถึง “พม่า”
จึงอาจบ่งบอกถึงชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในเมืองน่าน
.
ภาพดังกล่าวแสดงถึงชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายมีทรงผมขมวดไว้กลางกระหม่อม พันด้วยผ้าขมวด และนุ่งซิ่นลุนตยาสไตล์พม่า มีรอยสักสีแดงประดับบนเรือนร่าง
ลักษณะการแต่งกายคล้ายชาวเงี้ยวหรือไทใหญ่ ส่วนฝ่ายหญิงแต่งกายแบบไทยวน ผมมวยสูงตามแบบฉบับไทลื้อ
สวมเสื้อแขนยาวสีดำคล้ายสตรีชั้นสูงในเมืองน่าน คลุมด้วยผ้ารั้งอกสีแดง นุ่งลุนตยาปล่อยชายแบบพม่า และประดับแหวน กำไลทอง รวมถึงมีแผ่นทองม้วนสอดอยู่ที่ติ่งหู ลักษณะทั้งหมดนี้สะท้อนการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพม่าและไทยพื้นเมือง
.
นอกจากความงดงามและความละเอียดในงานจิตรกรรม ภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ยังบ่งบอกถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของชาวเมืองน่านในอดีต ซึ่งมีการผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นกับชาวพม่าที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองน่าน
.
จิตรกรรมของวัดภูมินทร์
ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความประณีตของศิลปะล้านนา แต่ยังเป็นหน้าต่างสู่การเรียนรู้วัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตในอดีต ทำให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับทั้งความงดงามและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของชาวล้านนาอย่างลึกซึ้ง

