“กวัก” เครื่องม้วนด้าย ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เรียก ‘ผี’

ใครจะคิดว่า “กวัก” เครื่องมือจักสานพื้นบ้านสำหรับม้วนเส้นด้ายของชาวล้านนา จะไม่ได้มีดีแค่เรื่องการทอผ้า แต่ยังเคยถูกใช้ในพิธีลี้ลับอย่าง “เล่นผีบ่ากวัก” เพื่อสื่อสารกับวิญญาณอีกด้วย

.

กวัก เป็นเครื่องมือสำหรับม้วนเส้นด้ายหรือเส้นฝ้าย พบได้ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ทำจากไม้ไผ่สานหยาบ ๆ รูปร่างคล้ายชะลอมหรือกระชุกทรงสูง ปากผายออกเล็กน้อย โดยชาวเหนือมีความเชื่อว่า การสานกวักต้องสานนอกเรือนเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วจึงค่อยนำเข้าบ้าน เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีพลังและเกี่ยวข้องกับความเชื่อบางอย่าง

.

ตัวกวักจะสานด้วยตอกไม้ไผ่ลายตาเข่งหกเหลี่ยม และเว้นช่องไว้ด้านหัวและท้ายสำหรับสอดแกนไม้ที่เรียกว่า “หางเห็น” ซึ่งเป็นแท่นไม้สามขา ปลายยื่นยาวคล้ายหางอีเห็น ใช้เป็นแกนหมุนให้กวักสามารถม้วนด้ายได้สะดวก

.

การ “กวักด้าย” หรือ “กวักฝ้าย” ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนการทอผ้า โดยจะนำด้ายที่ย้อมสีและตากแห้งแล้วมาหมุนพันรอบกวัก เพื่อให้เส้นด้ายเรียบตึงและพร้อมสำหรับการทอเป็นผืนผ้างดงาม

.

แต่สิ่งที่ทำให้กวักน่าสนใจยิ่งกว่า คือบทบาทในพิธี “เล่นผีบ่ากวัก” ของชาวล้านนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านเชื่อว่ากวักเป็นเครื่องมือพิเศษที่สามารถใช้เป็นสื่อให้วิญญาณมาประทับได้ โดยจะมี “ไม้ชี้ดาว” ไม้ไผ่ยาวสำหรับชี้ขึ้นฟ้าเพื่อเรียกดวงวิญญาณ และมีหญิงม่ายเป็นผู้นำร้องเชิญผีเข้าสู่กวัก

.

เมื่อผีมาลง กวักจะเริ่มแกว่ง โยก หรือกระแทกพื้น ชาวบ้านจึงจะเริ่มถามคำถามเกี่ยวกับอนาคต การงาน ความรัก หรือโชคชะตา โดยผีจะตอบผ่านการเคลื่อนไหวของกวัก เช่น โยกหนึ่งครั้งแปลว่า “ใช่” โยกสองครั้งแปลว่า “ไม่ใช่” เมื่อเสร็จพิธี ผู้นำจะใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยประพรมกวักเพื่อส่งวิญญาณกลับ กวักจะกลับมานิ่งและเบาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

.

ปัจจุบัน ทั้งการใช้กวักม้วนด้ายและพิธีเล่นผีบ่ากวักเริ่มเลือนหายไปตามกาลเวลา เพราะมีอุปกรณ์สมัยใหม่เข้ามาแทนที่ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ห่างไกลจากความเชื่อเรื่องผีมากขึ้น แต่ “กวัก” ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในฐานะของตกแต่งบ้านและสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาล้านนาที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าน่าค้นหา