“ตุงค่าว” ผ้าเล่าเรื่องพุทธศรัทธาของชาวล้านนา

“พระบฏ” คือจิตรกรรมทางพุทธศาสนาที่วาดลงบนผืนผ้า ใช้เล่าเรื่อง พระพุทธเจ้า พุทธประวัติ หรือชาดก โดยคำว่า “บฏ” มาจากภาษาบาลีคำว่า “ปฏ” ที่แปลว่า ผืนผ้า

.

ในล้านนา พระบฏรูปแบบหนึ่งเรียกว่า “ตุงค่าว” หรือ “ตุงค่าวธรรม” มักเขียนเรื่อง มหาชาติ หรือเวสสันดรชาดก เพื่อใช้ในประเพณีสำคัญอย่าง “ตั้งธรรมหลวง” หรือเทศน์มหาชาติ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า หากได้ฟังครบทั้ง 13 กัณฑ์ภายในวันเดียว จะได้เกิดในยุคพระศรีอาริย์

.

พระบฏไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ทำหน้าที่เป็น “สื่อเล่าเรื่อง” ในงานบุญ ภายในงานตั้งธรรมหลวงจะมีการตกแต่งวิหารให้คล้ายป่า และแขวนพระบฏไว้รอบ ๆ เปรียบเสมือนฉากของเรื่องมหาชาติ ให้ผู้คนได้ชมและซึมซับเรื่องราวไปพร้อมกับการฟังธรรม

.

ที่ วัดปงสนุก มีพระบฏมหาชาติถึง 2 ชุด ทั้งบนผ้าและกระดาษสา เล่าเรื่องครบ 13 กัณฑ์ พร้อมภาพพระมาลัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยครูบาอาโนชัยธรรมจินดามุนี (พ.ศ. 2389–2454) ลักษณะเด่นของพระบฏคือ ด้านบนเป็นภาพเหตุการณ์ พร้อมชื่อกัณฑ์ด้วยอักษรธรรมล้านนา

ด้านล่างเป็นลายแฉกยาวคล้าย “หางตุง” จึงเรียกว่า ตุงพระบฏ แต่เมื่อประเพณีตั้งธรรมหลวงเลือนหาย พระบฏก็ถูกเก็บเงียบอยู่ในหอไตร จนแทบไม่มีใครรู้จัก

.

พระบฏถูกค้นพบอีกครั้ง โดยบังเอิญระหว่างการบูรณะวัด ทำให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่า และร่วมกัน ฟื้นฟูประเพณีตั้งธรรมหลวง เพื่อนำพระบฏกลับมาใช้งานอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุที่มากกว่า 100 ปี พระบฏชุดเดิมจึงถูกเก็บรักษาไว้ตามหลักอนุรักษ์ และมีการสร้าง “พระบฏชุดใหม่” โดยถ่ายภาพแล้วพิมพ์ลงบนไวนิล เพื่อใช้ในพิธีแทน แม้จะเปลี่ยนวัสดุ แต่ยังคง หน้าที่เดิม คือการเล่าเรื่องมหาชาติและเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ

.

คำถามคือ เมื่อพระบฏไม่ได้วาดบนผืนผ้าแล้ว ยังเรียกว่าพระบฏได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ ได้ เพราะแม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่ หน้าที่และความหมายยังคงเดิม เปรียบเหมือน “หลังคา” ที่แม้ไม่ทำจากหญ้าคาแล้ว ก็ยังเรียกว่าหลังคา เพราะยังทำหน้าที่ปกป้องบ้านเหมือนเดิม

พระบฏจึงยังคงเป็น สื่อแห่งศรัทธา ที่บอกเล่าเรื่องการบำเพ็ญทานของพระเวสสันดร และเชื่อมโยงผู้คนกับพุทธศาสนา ไม่ว่าจะอยู่บนผืนผ้าหรือวัสดุสมัยใหม่ก็ตาม