ใครที่เตร็ดเตร่ย่านพระนครหรือเกาะรัตนโกสินทร์อยู่บ่อยครั้ง อาจจะรู้สึกคุ้นหูกับชื่อ “สี่กั๊กพระยาศรี” หรือ “สี่กั๊กเสาชิงช้า” กันมาบ้าง ซึ่งเราก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะพออนุมานได้ว่าสี่กั๊กในที่นี้มันหมายถึงสี่แยก แต่ในเมื่อมันเป็นสี่แยกแล้วทำไมไม่เรียกสี่แยกล่ะ เรียกสี่กั๊กทำไม เรื่องนี้มีคำอธิบายได้ไม่ยาก
“สี่กั๊ก” มาจากภาษาแต้จิ๋ว ออกเสียงว่า ซี้กั๊ก เขียนด้วยอักษรจีนว่า 四角 ซึ่งในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า ซื่อเจี่ยว คำว่า 四 แปลว่าสี่ ส่วน 角 แปลว่ามุม รวมกันจึงมีความหมายถึง “สี่มุม” หรือก็คือสี่แยกนั่นเอง ที่น่าสนใจคือคำว่า “สี่” ยังพ้องเสียงและความหมายกับคำไทยด้วย ทำให้คนไทยรับคำนี้มาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ทั้งนี้เหตุสำคัญที่ทำให้คน เรียก สิ่งนี้ว่าสี่กั๊กนั้น ไม่ได้เป็นคำที่คนไทยเรียกมาแต่ดั้งเดิม หากแต่เป็นการเรียกตามคนจีนต่างหาก
ย้อนกลับไปในสมัยที่ยังมีรถลากรับจ้างของชาวจีนอยู่ในพระนคร รถลากหรือรถเจ๊กเหล่านี้จะสื่อสารด้วยภาษาไทยก็แสนจะลำบาก เพราะถ้าหากว่าคนลากรถเป็นชาวจีนที่เพิ่งอพยพมาก่อร่างสร้างตัวใหม่ ๆ พวกเขาก็ไม่ได้รู้ภาษาไทยในระดับที่สื่อสารกันรู้เรื่อง นั่นเองทำให้ผู้ใช้บริการชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุนนางหรือข้าราชการจะต้องจดจำชื่อสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงเทพเป็นภาษาจีน นั่นเองทำให้ชื่อ “ซี้กั๊ก” หรือสี่กั๊กกลายเป็นคำที่คนไทยนำมาใช้เรียกสี่แยกต่าง ๆ แต่พอเวลาผ่านไป ชื่อสี่กั๊กก็เริ่มหายไป และแทนที่ด้วยสี่แยกแทน
ปัจจุบันทางแยกที่ยังคงใช้คำว่า “สี่กั๊ก” เหลืออยู่เพียงสองแห่งเท่านั้น ได้แก่ สี่กั๊กเสาชิงช้า และ สี่กั๊กพระยาศรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุงตัดกับถนนเฟื่องนครและถนนบ้านหม้อ ย่านนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่การตัดถนนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2407 และในอดีตยังเชื่อมต่อกับย่านสามแพร่งอันคึกคัก ทั้งแพร่งสรรพศาสตร์ แพร่งนรา และแพร่งภูธร จนกลายเป็นแหล่งการค้าสำคัญของพระนคร ชื่อ “สี่กั๊ก” จึงเป็นร่องรอยทางภาษาที่สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนชาวจีนได้หลอมรวมเข้ากับเมืองกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน
#สุดโปรด#ประวัติศาสตร์#กรุงเทพ#สถานที่#สี่กั๊กพระยาศรี#สี่กั๊กเสาชิงช้า#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

