จากวัชพืชสู่เครื่องจักสานชั้นสูง “ย่านลิเภา” ศิลป์แผ่นดินจากสายพระเนตรสมเด็จพระพันปีหลวง “ย่านลิเภา” พืชเลื้อยธรรมดาในสวนยางพารา กลายมาเป็นของล้ำค่าที่ได้รับการยกย่องในระดับโลก ![]()
.
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระองค์ผู้ทรงเปลี่ยนพืชที่เคยถูกมองข้าม ให้กลายเป็น “มรดกศิลป์แห่งแผ่นดิน”
.
พระราชกรณียกิจแห่งศิลป์และศรัทธา
นับตั้งแต่เสด็จเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความทุกข์และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนทุกภูมิภาค พระราชดำรัสหนึ่งที่สะท้อนหัวใจของพระองค์ได้อย่างลึกซึ้ง คือ “ข้าพเจ้าภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน… ขอเพียงให้โอกาส เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้”
จากความเชื่อมั่นในพลังของคนไทยนี้เอง จึงทรงตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมสืบสานรากวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่
.
“ย่านลิเภา” จากวัชพืชในสวน สู่เครื่องจักสานล้ำค่า
“ย่านลิเภา” หรือ “หญ้าลิเภา” คือ พืชตระกูลเฟิร์นที่มักเลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ พบมากในภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
เส้นใยของมันเหนียว แข็งแรง ทนต่อแมลง และคงสภาพได้นับร้อยปี!
ในอดีต ชาวบ้านใช้ย่านลิเภาทำของใช้พื้นบ้าน เช่น กระเป๋าหมาก เชี่ยนหมาก หรือกล่องใส่ยาเส้น แต่เมื่อถึงปี พ.ศ. 2524 พระองค์ทรงเล็งเห็นศักยภาพของวัชพืชชนิดนี้ และมีพระราชดำริให้จัดตั้ง
“โครงการศิลปาชีพด้านการจักสานย่านลิเภา” เพื่อฟื้นฟูงานจักสานโบราณ และสร้างรายได้ให้คนในภาคใต้
พระองค์ตรัสไว้ว่า “ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา… ใยของเขาจะเหนียวอยู่ได้เป็นร้อยปี ไม่มีแมลงมากัดกินเลย เป็นพืชเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย”
ด้วยพระราชดำริและพระวิสัยทัศน์นี้ ช่างฝีมือจึงได้รับการฝึกฝนจนสามารถสร้างสรรค์ “เครื่องจักสานย่านลิเภา” ที่งดงาม ละเอียด ประณีต และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ![]()
.
จากศิลป์พื้นถิ่น สู่แฟชั่นโลก
เวลาผ่านไปกว่าสี่ทศวรรษ “ย่านลิเภา” ไม่ได้เป็นเพียงของใช้ในชุมชนอีกต่อไป แต่ก้าวสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ ![]()
ในปี พ.ศ. 2566 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถือ “กระเป๋าย่านลิเภา” จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ขณะเสด็จฯ พร้อมในหลวง รัชกาลที่ 10 เยือนสหราชอาณาจักร เพื่อร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ภาพนั้นกลายเป็น “ภาพประวัติศาสตร์” ที่คนทั้งโลกชื่นชม
เพราะไม่เพียงสะท้อนพระสิริโฉม หากยังบอกเล่าเรื่องราวแห่ง “ภูมิปัญญาไทย” ที่ถูกต่อยอดด้วยพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง
.
มรดกศิลป์แห่งแผ่นดิน
จากวัชพืชในป่า สู่สินค้าหรูหราที่คนทั่วโลกหลงใหล ย่านลิเภาในวันนี้ปรับรูปแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งกระเป๋าแฟชั่น กล่องเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และของที่ระลึกที่บ่งบอก “ความเป็นไทย” อย่างสง่างาม เบื้องหลังความงามทุกชิ้น คือเรื่องราวของพระเมตตา ความเพียร และพระราชดำริที่มุ่งยกชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
ย่านลิเภาจึงไม่ใช่เพียงเครื่องจักสาน แต่คือ “สายใยแห่งรัก” ที่เชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน เป็น “มรดกศิลป์แห่งแผ่นดิน” ที่ควรค่าแก่การภาคภูมิใจตราบนานเท่านาน ![]()
![]()



