พระตำหนักดาราภิรมย์ พระตำหนักที่เป็นบ้านหลังสุดท้ายของเจ้าดารารัศมี

เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าดารารัศมี นับว่าเป็นอีกหนึ่งบทความรักในราชสำนักไทยที่เป็นที่รู้จักกันมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งเจ้าดารารัศมีเองก็นับว่าเป็นเจ้าหญิงล้านนาเพียงพระองค์เดียวที่ได้ดำรงตำแหน่งพระราชชายาซึ่งเป็นตำแหน่งหนึ่งเดียวที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย

หลังสิ้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าดารารัศมีจึงได้กราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า และทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่เป็นการถาวร และโปรดให้สร้างอาคารหลังหนึ่งขึ้นมาเป็นที่ประทับ อาคารหลังนั้นก็คือ “พระตำหนักดาราภิรมย์” ในปัจจุบันนี่เอง

พระตำหนักดาราภิรมย์เป็นพระตำหนักครึ่งตึกครึ่งไม้สูง 2 ชั้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตแอนด์คราฟต์ มีหลังคาทรงปั้นหยาขนาดใหญ่ยาวคลุมห้องใต้หลังคา มุขหน้ามีลักษณะเป็นจั่วปาดมุม โดยชั้นบนมีการกั้นเป็นห้องต่าง ๆ ตลอดจนมีช่องเปิดฉลุระบายอากาศที่บริเวณคอสอง

นอกเหนือจากตัวอาคารพระตำหนักแล้ว มุมหนึ่งของพระตำหนักดาราภิรมย์ก็ได้ถูกจัดเป็นสวน ซึ่งเป็นสวนที่เจ้าดารารัศมีได้จำทำเป็นสวนเกษตรทดลองในชื่อของสวนเจ้าสบาย พร้อมกับได้ทำการปลูกดอกกุหลาบต่าง ๆ เอาไว้ด้วย ต่อมาเมื่อเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ ในพินัยกรรมของพระองค์ได้ทรงประทานพระตำหนักดาราภิรมย์ให้แก่เจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ ก่อนที่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์จะขอซื้อที่เอาไว้เพื่อเตรียมขยายการศึกษาของมหาวิทยาลัยไปสู่ภูมิภาคแต่ก็ไม่ได้ทำจริง โดยในปัจจุบันนี้พระตำหนักดาราภิรมย์ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติของเจ้านายฝ่ายเหนือ ตลอดจนของใช้ส่วนพระองค์ต่าง ๆ ด้วย ตลอดจนบอกเล่าเรื่องราวความรักของเจ้าหญิงล้านนากับพระเจ้ากรุงสยามให้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน