ถ้าพูดถึง “บุโรพุทโธ” เชื่อว่าเป็นชื่อที่หลาย ๆ คนรู้จักในฐานะของมรดกโลกขึ้นชื่อของอินโดนีเซีย บุโรพุทโธเป็นโบราณสถานเก่าแก่โดยเป็นสถูปที่สร้างขึ้นมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ แห่งเกาะชวา ซึ่งเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธมหายาน และเป็นไปได้ว่าอาจมีเค้าโครงมาจากสถูปเกสาริยาในศิลปะปาละ, อินเดีย บุโรพุทโธนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อเกี่ยวกับ “มณฑล” หรือภูมิจักรวาลในศาสนาพุทธมหายาน ซึ่งมีรหัสซ่อนอยู่ในตัวของมันเอง.บุโรพุทโธมีฐานสูง 3 รูปแบบ ประกอบด้วยฐานล่าง ฐานเพิ่มมุม และฐานกลมรองรับสถูป โดยบุโรพุทโธจะสะท้อนความเชื่อในศาสนา
ในฐานล่างนี้สะท้อนถึง “กามภูมิ” ซึ่งเป็นภพภูมิของมนุษย์ และมีพระพุทธเจ้าผู้ปกครองที่เรียกกันว่า “มานุษิพุทธ” มานุษิพุทธที่เรารู้จักกันก็คือพระศากยมุนีที่เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ ในชั้นหนึ่งนี้จะมีผนังที่แกะสลักเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า มานุษิพุทธนั้นก็เป็นมนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้ เป็นพระพุทธเจ้าที่มีกายเป็น “นิรมาณกาย” ไม่เป็นอมตะ
ในฐานเพิ่มมุม สะท้อนให้เห็นถึง “รูปภูมิ” ซึ่งเป็นภพภูมิที่สูงขึ้นไปอีก มี “ธยานิพุทธ” พระพุทธเจ้าผู้ปกครองอยู่ 5 พระองค์ ประจำทิศทั้ง 4+1 ทิศกลาง ซึ่งในชั้นนี้จะมีซุ้มจระนำทั้ง 4 ทิศประดิษฐานพระพุทธเจ้าประจำทิศต่าง ๆ คือ พระอักโษภยะ พระรัตนสัมภาวะ พระอมิตาภะ และพระอโมฆสิทธิ พระพุทธเจ้าในภพภูมินี้จะมีกายที่เป็น “สัมโภคกาย” คือไม่สามารถเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านการเป็นพระพุทธรูปที่ไม่ใช่มนุษย์
ในส่วนของฐานกลมชั้นบนสุดนั้น คือ “อรูปภูมิ” จะปรากฏให้เห็นพระธยานิพุทธประจำทิศเบื้องกลางคือ พระไวโรจนะ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในสถูปโปร่งเจาะรูให้เห็นข้างใน ตามความเชื่อนั้นพระไวโรจนะเป็นพระพุทธเจ้าที่อยู่ใกล้กับอาทิพุทธมากที่สุด จึงสะท้อนออกมาให้เห็นความก้ำกึ่งระหว่างการมีรูป (รูปภูมิ) และการไม่มีรูป (อรูปภูมิ) ผ่านพระพุทธรูปในสถูปที่เราเห็นไม่ชัดเจน แต่ก็ยังรู้ว่ามีพระพุทธรูปอยู่ ในขณะเดียวกัน สถูปใหญ่ใจกลางฐานนั้นเป็นตัวแทนของ “อาทิพุทธ” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าที่อยู่บนจุดสูงสุด ไม่มีกายให้เห็น เรียกกันว่า “ธรรมกาย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านสถูปที่ไม่อาจรับรู้ได้เลยว่ามีพระพุทธรูปอยู่หรือไม่
ซึ่งตามประติมานวิทยาข้างต้นมีกุศโลบายแอบแฝงถึงผู้ที่เดินทางขึ้นไปบนบุโรพุทโธอยู่ด้วย โดยมองว่าการเดินประทักษิณขึ้นไปบนบุโรพุทโธนั้นเปรียบเสมือนกับการฝึกฝนจิตใจเพื่อเข้าสู่นิพพาน และในส่วนของซุ้มประตูทางขึ้นเองก็ประดับลวดลายของมกร และหน้ากาลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์และถดถอย ซึ่งเป็นอนิจจังของจักรวาล การมาเที่ยวที่บุโรพุทโธจึงเปรียบกับการเดินทางมาแสวงบุญครั้งสำคัญ ซึ่งนับว่าเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญมาก ๆ ในศาสนาพุทธแถบอุษาคเนย์เลยทีเดียวและเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ควรค่าแก่การเป็นมรดกโลกจริง ๆ
#ที่โปรด#ประวัติศาสตร์#ต่างประเทศ#อินโดนีเซีย
อ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี, ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, นนทบุรี:Museum press, 2560

