วัดราชโอรส จาก เฟินโบหลู สู่ สุสานพระธรรม

วัดราชโอรส จาก เฟินโบหลู สู่ สุสานพระธรรม

.

หนังสือเก่า หนังสือมอดกิน หนังสือเสียหาย จะเก็บไว้ก็คงจะเปลืองพื้นที่ จะทิ้งเรี่ยราดก็ดูไม่เหมาะ ถ้าเป็นในยุคปัจจุบันเราก็คงอาจจะยังเก็บสะสมเอาไว้บ้าง หรือไม่ก็ชั่งกิโลขาย อย่างไรก็ดีถ้าเป็นหนังสือในทางธรรมจะขายจะทิ้งก็ลำบาก นอกเหนือจะเก็บรักษาแล้ว การเผาก็ยังเป็นการทำลายอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้กัน แต่จะเผายังไงให้ดูเหมาะสมดีล่ะ? การสร้างเตาเผาเฉพาะก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ถูกนำออกมาใช้เหมือนกัน ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่าเป็นเตาที่น่าจะเอาไว้ใช้เผาคัมภีร์ทางศาสนา ก็ยกตัวอย่างเช่นสุสานพระธรรมที่วัดราชโอรสแห่งนี้

.

สุสานพระธรรมนี้ ตั้งอยู่ในเขตกำแพงแก้วของอุโบสถวัดราชโอรส ซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการเผาหนังสือพระธรรมหรือพระคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ชำรุดจนใช้การไม่ได้ โดยมีทัศนะว่าหนังสือเป็นของสูง ถ้าจะเผาเรี่ยราดก็คงจะไม่ได้ จึงต้องตั้งที่เผาขึ้นมาต่างหาก โดยสุสานพระธรรมที่วัดราชโอรสนี้มีอยู๋ 2 เตา และมีสัณฐานรูปร่างที่กว้างยาวสูงต่างกันไป สร้างขึ้นมาในรูปแบบของเก๋งจีน มีรูปสลักหินตกแต่งที่ภายนอก และภายในปรากฏรูปสลักนูนต่ำเป็นภาพพระพุทธเจ้าอยู่ด้วย

.

รูปแบบของสุสานพระธรรมนี้ ส่วนตัวแล้วยังไม่เคยพบเห็นในวัดอื่นของไทย แต่ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าสุสานพระธรรมอาจจะได้รับอิทธิพลทางรูปแบบมาจากเฟินโบหลู (焚帛炉) ที่พบในหลาย ๆ วัดของจีน แต่ทั้งนี้วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของสิ่งปลูกสร้างนี้ในวัดจีนคือมีไว้เพื่อการเผากระดาษเพื่อการทำบุญอุทิศส่วนกุศลอย่างจีน ซึ่งนอกจากในวัดแล้ว เฟินโบหลูก็ยังปรากฏอยู่ในสถานที่อื่น ๆ อย่างแท่นบูชา ศาลเจ้า สุสาน เป็นต้น

.

การปรากฏตัวของสิ่งปลูกสร้างที่ดูคล้ายกับเฟินโบหลูในวัดไทยอาจจะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เกี่ยวโยงกันของวัดแห่งนี้กับความเป็นจีน แน่นอนว่าวัดราชโอรสเป็นวัดที่ถูกสร้างและบูรณะตามแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 จนออกมาในรูปแบบของวัดไทยที่ได้รับอิทธิพลจากทางจีนมามาก สุสานพระธรรมก็อาจจะเป็นการตีความเฟินโบหลูใหม่ตามแบบฉบับของชาวไทยสยามก็เป็นไปได้เหมือนกัน…