“โคมตรา วิสาขบูชา” แสงศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนา จากราชสำนักสู่ใจคนไทย

เมื่อพูดถึง “วันวิสาขบูชา” 🌕✨ หลายคนคงนึกถึงการเวียนเทียนตอนค่ำ 🕯️ การใส่บาตรในตอนเช้า หรือการไปวัดทำบุญตามปกติ

.

แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีพิธีอีกหนึ่งอย่างที่งดงาม ลึกซึ้ง และมีรากเหง้าจากราชสำนักไทย คือ “พิธีถวายโคมตรา วิสาขปุรณมีบูชา” 🏮✨

.

พิธีนี้มีความหมายลึกซึ้ง เพราะ “โคม” 🏮 คือ แสงสว่างทางธรรม ส่วน “ตรา” คือ สัญลักษณ์แทนบุคคลหรือหน่วยงาน พอรวมกันก็เป็น “โคมตรา” โคมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยมักมีลวดลายเป็นรูปสัตว์หรือสัญลักษณ์ประจำองค์กร เช่น โคมตรารูปราชสีห์ของกระทรวงมหาดไทย 🦁 หรือโคมตรารูปคชสีห์ของกระทรวงกลาโหม 🐘

.

พิธีถวายโคมตรานั้นมีมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 👑 โดยทรงให้รื้อฟื้นประเพณีวิสาขบูชาที่เคยมีในยุคสุโขทัยให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง มีทั้งการตั้งโต๊ะหมู่บูชา ประดับดอกไม้สด 🪷 จุดเทียน 🕯️ แขวนโคมรอบพระอุโบสถ

.

ต่อมาในสมัย รัชกาลที่ 4 👑 พระองค์ทรงโปรดให้มีการตั้งโต๊ะเครื่องบูชารอบระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ เปิดโอกาสให้ข้าราชการทุกระดับร่วมถวายโคมตรา เพื่อแสดงความศรัทธาอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังมีการจัด ประกวดโคมตราพร้อมรางวัลพระราชทาน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจิตศรัทธา 🙏🏻

.

ประเพณีนี้ดำเนินสืบต่อในรัชกาลที่ 5 และที่ 6 จนกระทั่งใน พ.ศ. 2513 กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ กรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลการจัดทำโคมสำหรับพิธีบูชาวิสาขบูชาที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

.

แม้รูปแบบของ โคมตรา จะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา แต่สาระสำคัญยังคงอยู่ครบ นั่นคือ “แสงสว่างแห่งธรรม” 🌕✨ ที่คนไทยตั้งใจถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อรำลึกถึงวาระ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเพ็ญเดือนหก

.

วันนี้ ไม่ใช่แค่วันไปเวียนเทียนธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือวันแห่งแสงศรัทธา ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ ศิลปะ และพุทธศาสนาไว้ในแสงโคมงามที่สะท้อนความศรัทธาของคนไทยมายาวนานกว่าร้อยปี