“วัดมหาพฤฒาราม” วัดที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอินเดียสายมู

เผอิญว่าได้มีโอกาสแวะไปวัดมหาพฤฒารามหลังจากที่ไม่ได้แวะมาหลายปี ก็พบว่าวัดค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควร หนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นการที่ในวัดนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งวัดท่องเที่ยวที่เราสามารถพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวอินเดียซึ่งมาเดินทางท่องเที่ยวแบบสายมูมากเป็นพิเศษ

วัดมหาพฤฒารามนับว่าเป็นวัดอยุธยาวัดแรก ๆ ที่ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เดิมชื่อวัดท่าเกวียน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นวัดตะเคียน โดยในช่วงที่รัชกาลที่ 4 ยังคงครองเพศบรรพชิตเคยได้เดินทางมาถวายผ้าป่า และได้รู้จักกับพระอธิการแก้วซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น และได้ทำนายทายทักว่าพระองค์จะได้ขึ้นครองราชย์ รัชกาลที่ 4 จึงปรารภว่าถ้าได้ขึ้นครองราชย์จริงจะสถาปนาวัดนี้ขึ้นมาใหม่ ทำให้กลายเป็นวัดแรกที่บูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้เอง

ต่อมาพระอธิการแก้วได้รับสมณศักดิ์เป็นพระมหาพฤฒาจารย์ ชื่อสมณศักดิ์นั้นจึงถูกนำมาตั้งชื่อวัดใหม่ว่าวัดมหาพฤฒาราม โดยสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจในวัดมหาพฤฒารามก็อย่างเช่น

📍

พระปรางค์ 4 อดีตพุทธ
เมื่อเราฝ่านักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาในบริเวณวัด เราก็จะพบกับพระปรางค์ 4 องค์วางเรียงแถวคั่นกลางระหว่างวิหารและพระอุโบสถ โดยพระปรางค์ทั้งสี่นี้เป็นตัวแทนถึงอดีตพุทธเจ้าทั้ง 4 อันได้แก่กกุสันธะ โกนาคมนะ กัสสปะ และโคตม

📍

พระนอนที่ใหญ่เป็นรองแค่วัดโพธิ์
พอเราเลี้ยวขวาจะอ้อมพระอุโบสถไปอีกฝั่งหนึ่ง เรากจะพบกับวิหารอีกหลังซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งแต่เดิมเป็นพระนางองค์เล็ก แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้โปรดฯให้สร้างให้ใหญ่ขึ้น โดยมีขนาดใหญ่เป็นรองแค่วัดโพธิ์เท่านั้นเอง นับว่าเป็นอดีตจุดอันซีนเล็ก ๆ ที่เมื่อก่อนคนคงไม่นึกถึงกันว่ามี

📍

จิตรกรรมธุดงควัตรที่ไม่มีวัดไหนเหมือน
ลัดเลี้ยวเข้ามาในพระอุโบสถกันบ้าง จุดที่น่าสนใจก็คงไม่แพ้จิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งความน่าสนใจหลัก ๆ เลยก็คือไม่ได้วาดเป็นทศชาติเหมือนอย่างที่วัดอื่นชอบทำกัน โดยที่นี้จะวาดเป็นฉากธดุงควัตร 13 ซึ่งเป็นวัตรปฏิบัติของพระธุดงค์เพื่อขัดเกลากิเลศซึ่งเป็นอะไรที่ไม่พบในวัดอื่น

📍

สรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่นพ ภูวธิ
ที่วิหารน้อยทางข้างพระวิหาร นักท่องเที่ยวจะพบกับสรีระของพระเกจิรูปหนึ่ง คือหลวงปู่นพ ภูวธิ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพระคนสำคัญของวัด อย่างไรก็ดีในตอนที่ทางวัดได้มาเปิดโลงที่บรรจุสรีระของท่านหลังผ่านไปกว่า 29 ปีก็พบว่าสังขารของท่านไม่เน่าเปื่อยเป็นที่อัศจรรย์ใจของคนในพื้นที่สมัยนั้น จึงได้นำสรีสะมาใส่ไว้ในโลงแก้วให้ผู้ที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ขอพรกัน

วัดมหาพฤฒาราม จากวัดที่คนแวะมาน้อย ในปัจจุบันก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวอินเดีย และชาวไทยสายมูทั้งหลายให้เดินทางมาเยี่ยมชมกัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจในย่านตลาดน้อยที่อยากให้ใคร ๆ ได้มาสัมผัสกัน
#ที่โปรด#กรุงเทพ#สายมู