จักสานจากต้นคล้า
เป็นงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาแต่โบราณของชาวไทย
.
คนโบราณเชื่อว่าบ้านใดที่ปลูกต้นคล้า(Khla) เป็นไม้ประจำบ้านจะช่วยคุ้มครองรักษาให้มีความสงบสุข เพราะคล้า หรือ คลุ้ม หมายถึง คุ้มครองรักษา บางคนเรียกว่า พุทธรักษาน้ำ เป็นไม้มงคลนาม คล้าเป็นพืชน้ำขึ้นตามโคลนริมคลอง ต้นนำมาใช้ทำจักสานในสมัยโบราณ
.
การจักสานจากต้นคล้า เป็นภูมิปัญญาของชาวบุ่งคล้าและอีกหลายชุมชนในจังหวัดบึงกาฬ ด้วยลักษณะของพื้นที่แถบนี้เป็น บุ่ง ทาม จึงมีต้นคล้าเกิดขึ้น ชาวบ้านจึงคิดนำเอามาจักสานแทนการใช้ไม้ไผ่ที่เคยใช้อยู่เดิม ผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นคล้ากลายมาเป็นที่นิยมเพราะมีความคงทนและสวยงาม
.
ต้นคล้า มีลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อนมีปล้องยาวเป็นลำ ขึ้นเป็นกอ
มีลำสีเขียวเข้ม ความสูงประมาณ 1 – 2 เมตร สาเหตุที่มีการจักสานกระติบข้าวจากไม้ไผ่มาเป็นคล้า เพราะไม้ไผ่เกิดเชื้อราง่าย แต่คล้าทนทาน และเมื่อถูกความชื้นจะไม่เป็นเชื้อราดำ เก็บความร้อนได้นานกว่า จึงได้มีการทำกระติบข้าจากต้นคล้าจนถึงปัจจุบัน
.
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
กระเป๋าที่ผลิตจากต้นคล้าเป็นงานฝีมือที่มีความประณีต สวยงาม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ปัจจุบันตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นคล้ามากขึ้น จึงมีการส่งเสริมสนับสนุนให้กลุ่มได้ปลูกต้นคล้าใช้เอง ฉะนั้น จึงมีความปลอดภัยจากสารเคมี ![]()
.
งานจักสานจากต้นคล้ามีประโยชน์มากมายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื่อ กระเป๋า
ตะกร้า หมวก
และของใช้อื่น ๆ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีความทนทาน น้ำหนักเบา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด
.
ในปัจจุบัน งานจักสานจากต้นคล้าได้รับการยกระดับเป็นสินค้าไทยที่มีชื่อเสียง โดยการผสมผสานลวดลายดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในหมู่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป

