“รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วคำว่า Vanilla มันมีที่มาเดียวกันกับ Vagina นะ” เพื่อนของแอดมินคนเดียวกันกับที่บอกว่าคาปิบาร่าเป็นปลา พูดขึ้นมาในขณะที่กำลังสั่งไอศกรีมเจ้าดังร้านหนึ่ง แน่นอนใคร ๆ ก็รู้จักกับ “วานิลลา” เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในฐานะสารปรุงแต่งกลิ่นชั้นเลิศ หรือในฐานะของไอศกรีมกลิ่นเบสิค แต่ใครเลยจะไปสนใจกับรากศัพท์ที่มาของคำนี้ว่ามันมีที่มาอย่างไร
ก่อนอื่น จะขอเล่าถึงประวัติศาสตร์ของวานิลลาพอสังเขป กลิ่นวานิลลาคือส่วนที่ซ่อนอยู่ในฝักของกล้วยไม้พันธุ์หนึ่ง ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองในแถบเมโสอเมริกา หรืออเมริกากลาง ก่อนที่เฮอร์นาน กอร์เตสจะนำมันเข้ามาเผยแพร่ในยุโรปพร้อม ๆ กับช็อกโกแลต โดยเป็นเครื่องเทศอย่างหนึ่งที่นิยมนำกลิ่นมาใช้ในการทำอาหารให้ได้กลิ่นที่หอมน่ากิน และเป็นเครื่องเทศที่มีราคาแพงที่สุดเป็นรองแค่หญ้าฝรั่นเท่านั้นเอง การที่กอร์เตสนำมันออกมาจากอเมริกาทำให้เกิดการปลูกวานิลลาไปทั่ว
วานิลลาเป็นพืชที่ผสมเกสรด้วยตัวเองไม่ได้ จึงต้องอาศัยตัวช่วยในการผสมเกสร ซึ่งก็มีการคิดค้นการผสมเกสรด้วยมือมนุษย์ขึ้นมาโดยทาสวัย 12 ปีนามเอ็ดมันด์ที่เกาะรียูเนียนของฝรั่งเศส ทำให้อุตสาหกรรมวานิลลาเฟื่องฟูเป็นอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 19
ศัพท์ที่เราเรียกกันว่า “วานิลลา” ทุกวันนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำที่อังกฤษยืมมาจากภาษาสเปนว่า “ไบย์นียา” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า “ไบย์นา” (vaina) + กับปัจจัยว่า “อียา” (-illa) ซึ่งจะแปลรวมกันว่า “ฝักน้อย ๆ” ซึ่งประเด็นคือคำว่า Vaina มันมีรากศัพท์จากภาษาละตินว่า vāgīna ซึ่งแปลว่าฝัก หรือซองมีด และใช่ มันคือรากศัพท์เดียวกันกับคำว่า vagina ในภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ช่องคลอด” นั่นแหละ ไม่ได้ทะลึ่งนะ เป็นกายวิภาคเฉย ๆ แล้วก็เป็นศัพท์ทางพฤกษศาสตร์ด้วย
ด้วยความที่วานิลลาแท้ ๆ มันราคาแพงดังที่บอกไปว่าเป็นรองแค่หญ้าฝรั่น ทำให้เกิดการทำวานิลลาสังเคราะห์ขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในที่มาของกลิ่นวานิลลาทางเลือกนั้นก็มาจาก… “ก้นของบีเวอร์” ซึ่งมีกลิ่นที่ใกล้เคียงกับวานิลลา และสหรัฐอเมริกาก็อนุญาตให้ใช้กลิ่นนั้นในอาหารได้จริง ๆ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบีเวอร์ในปัจจุบันไม่ได้มีเยอะ ทำให้ราคาสูงไม่แพ้วานิลลาจากต้นวานิลลาจริง ๆ จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ควรเอามาใช้ในไอศกรีมสักเท่าไหร่ โดยวานิลลาสังเคราะห์ในปัจจุบันนั้นก็มาจากวานิลลาที่เป็นพืชนั่นแหละ แต่มีการสกัดให้ได้กลิ่นที่มากขึ้น ตลอดจนสามารถสกัดจากส่วนที่เป็นเปลือกไม้ได้ด้วย
#จานโปรด#วานิลลา#vanilla#ประวัติศาสตร์วานิลลา#ประวัติศาสตร์#เรื่องเล่า#foodstory

