อาคารสีมิ้นต์ผนวกกับลวดลายและประติมากรรมกลางสวนของพระราชวัง “ซ็องซูซี” พระราชวังไกลกังวลของพระเจ้าฟรีดริชมหาราชแห่งปรัสเซีย เรือนรับรองเล็ก ๆ ได้รับการขนานนามว่า “เรือนจีน” (Chinesisches Haus) แต่ในสายตาคนอย่างเรา ๆ ท่านเห็นแว็บแรกก็คงคิดในใจว่า “จีนกี่โมงเอ่ย?”
เรือนจีนหลังนี้เริ่มสร้างขึ้นราวปี 1755 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมโรโกโกโดยสถาปนิกโยฮันน์ เบอร์ริ่ง ซึ่งใช้เวลานานถึง 9 ปีเนื่องจากปัญหาทางการเงินจากสงครามที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงักลงไป
สาเหตุที่ว่าทำไมต้องเป็น “จีน” ข้อนี้สืบเนื่องมาจากความนิยมจีนของชาวยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีการนำเข้าเครื่องกระเบื้องเคลือบจากจีนจำนวนมากเข้ามาในยุโรปซึ่งก็มีเหล่าชนชั้นสูงที่หลงใหลในเฉดสีน่ารักของกระเบื้องเคลือบเป็นลูกค้าหลัก ความนิยมจีนเหล่านี้นี่เองที่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่องานศิลปกรรมในยุโรป ซึ่งก็ได้เอาความเข้าใจจีนแบบฝรั่งมาสร้างเป็นเรือนรับรองหลังนี้ขึ้นมา โดยส่วนที่เป็นจีนของเรือนหลังนี้อยู่ที่เหล่าประติมากรรมที่ถูกออกแบบให้ดูเป็นจีน ๆ (แบบเหมารวม) เช่นชายแก่หนวดเส้นเล็ก ๆ ยาวลงมาถึงคาง พร้อมกับใส่หมวกก่วยเล้ยหรือหมวกเจ๊ก ประติมากรรมผู้หญิงก็อาจจะใส่ชุดที่ดูคล้ายกับชุดฮั่นฝูแทน ตลอดจนลวดลายจิตรกรรมภายในก็เป็นภาพวาดชีวิตที่สุขสราญของชาวจีน โดยเรือนหลังนี้นอกจากจะประดับสวนแล้วยังเป็นเรือนรับรองแขกของกษัตริย์ปรัสเซียด้วย
ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเรือนจีนหลังนี้เป็นการรับรู้ถึงความเป็นจีนในทัศนะของชาวยุโรปที่ไม่ได้รู้จักจีนมากนัก นอกจากภาพจำที่ปรากฏบนกระเบื้องเครื่องเคลือบ ทำให้เรือนจีนของเขาจึงดูไม่เป็นจีนในสายตาของคนเอเชียอย่างเราสักเท่าไหร่

