ประกาศแล้ว!! ภูพระบาท: ศาสนสถานธรรมชาติ มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย

เป็นเรื่องน่ายินดีเนื่องในการประกาศแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในปีนี้ที่ “ภูพระบาท” จากประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ โดยเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 8 ของไทย และทำให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดแรกที่มีมรดกโลกถึง 2 แห่งด้วยกัน วันนี้#ที่โปรดจึงจะชวนมาทำความรู้จักภูพระบาทกันให้มากขึ้น

ประเทศไทยมีพื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตอุทยานประวัติศาสตร์ทั้งหมด 11 แห่งด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอุทยานที่มีสิ่งปลูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ที่โดดเด่นกันเป็นส่วนมาก ยกเว้นก็แต่ “ภูพระบาท” ที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะสิ่งปลูกสร้างหลักในภูพระบาทล้วนแต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเสียส่วนใหญ่ก่อนที่มนุษย์จะเข้าไปใช้ความอัศจรรย์ทางธรรมชาติเหล่านั้นเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ

ภูพระบาท ตั้งอยู่ที่เชิงเขาภูพานในจังหวัดอุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ของเขตป่าสงวนซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขอพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้เอาไว้และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
โขดหินรูปร่างหน้าตาประหลาดเหล่านี้ถูกกำหนออายุทางธรณีวิทยาไว้ที่ยุคครีเทเชียส และเกิดการผุพังสลายของหินทรายที่เกิดการกัดเซาะทางธรรมชาตินานวันเข้าเป็นเวลานับล้านปีจนกลายมาเป็นเพิงผาและโขดหินที่มีรูปลักษณ์แปลกตา โดยปรากฏการมีอยู่ของกิจกรรมมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและมีอายุหลักพันปี เช่นภาพเขียนสีบนผนังที่ถ้ำวัวถ้ำคน และโนนสาวเอ้ เป็นต้น โดยมีภาพเขียนสีในอุทยานรวมกันมากกว่า 54 แห่ง
ก่อนที่ต่อมาในยุคประวัติศาสตร์จะเกิดการดัดแปลงเพิงผาและโขดหินหน้าตาประหลายเหล่านี้ให้เป็นศาสนสถานตั้งแต่อารยธรรมทวารวดี, เขมร, ล้านช้าง, อยุธยา, และรัตนโกสินทร์ ดังเช่นตัวอย่างที่ปรากฏในกู่นางอุสาว่ามีใบเสมาหินปักปันเขตไว้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงทวารวดีและได้ทำให้เพิงหินนั้นกลายมาเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธโดยน่าจะมีชื่ออื่นก่อนการมาของชื่อกู่นางอุสา

ถึงแม้ว่าพื้นที่ต่าง ๆ ของภูพระบาทจะเป็นพื้นที่ทางศาสนาที่ถูกใช้งานมาอย่างเนิ่นนาน อย่างไรก็ดีได้เกิดการนำเอาตำนานหรือวรรณกรรมในดินแดนแถบนี้อย่าง “อุสาบารส” มาใช้เป็นเรียกราวที่ผูกติดยึดโยงกับภูพระบาทผ่านการนำเอาชื่อต่าง ๆ ในอุษาบารสมาตั้งให้เป็นชื่อเพิงผาและโขดหินเหล่านี้ โดยสันนิษฐานว่าเริ่มนำเอาชื่อจากอุษาบารสมาใช้เรียกเมื่อราวปลายอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นช่วงที่มีการตั้งถิ่นฐานของชาวไทพวนในภูพระบาท

อุสาบารสเป็นวรรณกรรมร่วมในแถบถิ่นแดนรัตนโกสินท์ อยุธยา ล้านนา และล้านช้าง โดยชื่อในภาษาไทยที่คุ้นเคยกันดีจะเป็นชื่อของ “พระอนิรุทธ์” หรือ “อุณรุท” ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่รับมาจากเรื่องราวในคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอุสาบารสที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ล้านนาซึ่งเป็นเรื่องราวที่นิยมอย่างมากดังที่ปรากฏในกฏหมายของพระเจ้ากือนาและโคลงนิราศหริภุญชัยก่อนที่จะเผยแพร่ไปยังรัฐใกล้เคียงอย่างล้านช้างและอยุธยา

เมื่อเกิดการนำเอาชื่อในวรรณกรรมเรื่องเล่ามาผูกโยงกับสถานที่ก็ทำให้เกิดการทับซ้อนกันของความจริงกับตำนาน ซึ่งลักษณะการนำเอาเรื่องราวเรื่องเล่ามาประกอบกับการตั้งชื่อสถานที่แบบนี้ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หรือถ้าเป็นงานเขียนแบบสมัยใหม่หน่อยก็จะเป็นการเอาเรื่องราวในนวนิยายไปผุกติดกับสถานที่จริงซึ่งให้อรรถรส ความสมจริงและความน่าเชื่อถือในวรรณกรรมงานเขียนเหล่านั้น โดยเรื่องราวของอุสาบารสได้เข้ามามีอำนาจต่อภูพระบาท ผ่านการลบเลือนชื่อเรียกดั้งเดิมของสถานที่เหล่านั้นเสียสิ้นจนไม่สามารถสืบเสาะได้และเนรมิตให้ภูพระบาทกลายเป็นฉากหลังของเรื่องราวแต่ปางบรรพ์แห่งอุสาบารสจนถึงปัจจุบัน

#ที่โปรด#ท่องเที่ยว#ประวัติศาสตร์#อุดรธานี#ภูพระบาท#มรดกโลก#unescoworldheritage#UNESCO