“เมี่ยงคำน้ำลายสอ เมี่ยงสมอเมี่ยงปลาทู ข้าวคลุกคลุกไก่หมู น้ำพริกกลั้วทั่วโอชา” บทประพันธ์ในกาพย์เห่ชมเครื่องว่างในรัชกาลที่ 6 พอจะบอกได้ว่าเมี่ยงคำอยู่คู่กับไทยเรามานานนับร้อยปีแล้ว
.
เมี่ยงคำถือเป็นของว่างของคนไทยมาแต่โบราณ โดยมีถึง 7 รสชาติในคำเดียว ได้แก่ รสฝาดจากใบพลูและเปลือกมะนาว รสมันจากมะพร้าวคั่ว รสขมรสปร่าจากขิง รสเค็มจากกะปิ รสเปรี้ยวจากมะนาว และรสหวานจากน้ำเมี่ยง (ทำจากน้ำตาลปี๊ป)
.
ประวัติความเป็นมาที่แท้จริงว่าชาวสยามเริ่มกินเมี่ยงคำตั้งแต่เมื่อไหร่ยังไม่ปรากฎแน่ชัด แต่หากพิจารณาจากวัตถุดิบพบว่าน่าจะเป็นของว่างสังสรรค์สำหรับคนในภาคกลางเพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ชาวเหนือนิยมใช้ใบเมี่ยงห่อ แต่ชาวภาคกลางนิยมใช้ใบชะพลูหรือใบทองหลางมาห่อเสียมากกว่า จึงถือเป็นวิวัฒนาการของอาหารที่ผสมผสานภูมิปัญญาของแต่ละภาคจนกลายมาเป็นเมี่ยงคำที่ได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้
.
นอกจากความอร่อย เมี่ยงคำถูกมองว่าเป็นอาหารว่างหลายสรรพคุณประโยชน์ที่ครบ 5 หมู่ (ไม่น่าแปลกใจนักเพราะเต็มไปด้วยเครื่องเคียงสมุนไพร ถ้าไม่นับว่าราดน้ำตาลเคี่ยวจนมากเกินไป) และด้วยคุณค่าทางอาหารเช่นนี้ ทำให้เมี่ยงคำได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2557

