ชื่อของทุ่งกุลาร้องไห้คงเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นหูกันบ้างเล็กน้อยในฐานะของอดีตทุ่งที่แห้งแล้งซึ่งถูกฟื้นฟูจนกลับคืนมาอุดมสมบูรณ์พร้อมกับเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ดังอีกสายพันธ์ุหนึ่งของไทย แต่ทำไมถึงต้องชื่อกุลาร้องไห้? กุลาคือใคร? แล้วใยจึงร้องไห้?
กุลาเป็นชื่อที่ชาวอีสานใช้เรียกชาวตองสูหรือชาวไทใหญ่ที่เดินทางมาจากเมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่าในฐานะของพ่อค้า ซึ่งเดินทางเข้ามาค้าขายในไทยผ่านเส้นทางจังหวัดตากยาวมาจนถึงภาคอีสานโดยมีหลักฐานที่บันทึกถึงการเข้ามาของชาวกุลาราวต้นรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ดีมีความเป็นไปได้ว่าชาวกุลาอาจเดินทางไปมาหาสู่กับรัฐไทยมานานกว่านั้น ซึ่งหนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันถึงตัวตนของชาวกุลาที่เดินทางมาในภาคอีสานก็คือชื่อบ้านนามเมืองอย่างชื่อของ “ทุ่งกุลาร้องไห้
ลักษณะการค้าของชาวกุลาจะมีรูปแบบคล้ายกับคาราวานที่นำเอาสินค้าติดตัวเดินทางเข้าไปขายตามเมืองต่าง ๆ ค้าขายทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของเบ็ดเตล็ดจนไปถึงสินค้าขนาดใหญ่อย่างวัวหรือควาย อย่างนายฮ้อยตามความเข้าใจของคนไทย ซึ่งการเดินทางของพ่อค้าชาวกุลานี้เองก็นำมาซึ่งนิทานที่เกี่ยวข้องกับชื่อบ้านนามเมืองอย่างทุ่งกุลาร้องร้องไห้
โดยเล่ากันว่ามีคาราวานพ่อค้าชาวกุลาจะเดินทางไปค้าขาย โดยเมื่อกำลังจะเดินทางออกจากท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อเดินทางต่อป่าหลาน (พยัคฆภูมิพิสัย) แต่ไม่ชำนาญเส้นทางทำให้พวกเขาเดินทางเข้าสู่ทุ่งที่กว้างใหญ่แต่แห้งแล้งไม่มีร่มเงาให้พักผ่อน สินค้าที่หาบมาก็หนักนักหนา เหนื่อยก็เหนื่อย ความทุกข์ยากลำบากและความแห้งแล้งนี้ทำเอาชาวกุลาถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจจนเป็นที่มาของชื่อทุ่งกุลาร้องไห้
แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องเล่าดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงเรื่องเล่าที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมอีสานที่ชาวกุลาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม แต่เดิมสถานที่แห่งนี้มีนามว่าอะไรไม่มีใครทราบ เราทราบเพียงแค่ความแห้งแล้งกันดารของทุ่งกุลาฯเป็นที่เลื่องลือจนเกิดเป็นนิทานที่ผูกเข้ากับเรื่องราวของพ่อค้าเร่ชาวกุลาซึ่งเป็นภาพที่ชาวอีสานในสมัยนั้นเห็นกันจนชินตา เป็นนัยยะสะท้อนว่าแม้แต่พ่อค้าที่ทรหดอดทนอย่างชาวกุลายังรู้สึกท้อแท้กับสถานที่แห่งนี้
อย่างไรก็สำหรับในปัจจุบันนี้ถ้าหากว่ามีชาวกุลาเดินทางมาค้าขายจริง ๆ ก็อาจจะไม่ร้องไห้แล้วก็ได้เพราะทุ่งกุลาฯในปัจจุบันได้กลายสภาพมาเป็นทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งไป
#ที่โปรด#ประวัติศาสตร์#ย่านนี้มีที่มา#ทุ่งกุลาร้องไห้
อ้างอิง:
https://www.thaipost.net/articles-news/254574/
https://www.silpa-mag.com/history/article_51140
https://www.silpa-mag.com/history/article_7739

