คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่: คุ้มงามกับคุกใต้ดินของเจ้าเมืองแพร่

ถ้าพูดถึงหนึ่งในเมืองทางเหนือที่มีความเจริญเป็นอันดับต้น ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว แน่นอนว่าชื่อของเมืองแพร่ย่อมเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ปรากฏในประวัติศาสตร์หลายครั้งในฐานะของความเจริญรุ่งเรืองด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักของภาคเหนือ ซึ่งความร่ำรวยของเมืองแพร่นี้ก็สะท้อนให้เห็นผ่านสถาปัตยกรรมของเจ้าเมืองที่มีความงามยิ่งสะท้อนถึงความมั่งคั่งของเจ้านายฝ่ายเมืองแพร่

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่สร้างขึ้นราวปีพ.ศ. 2435 ในสมัยของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เป็นคุ้มขนาดใหญ่โตโอ่อ่า มีประตูและหน้าต่างมากถึง 72 บาน โดยเป็นงานสถาปัตยกรรมทรงขนมปังขิงสูง 2 ชั้นที่ได้อิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมวิกตอเรียน ผสมกับงานเครื่องไม้อย่างล้านนาจนกลายมาเป็นงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า “สถาปัตยกรรมโคโลเนียลล้านนา” สร้างโดยช่างชาวจีน และแต่ละบานประตู หน้าต่างของคุ้มล้วนแต่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน ตั้งไว้เป็นสิริมงคล

เรื่องแปลก ๆ ที่ทำให้คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่แตกต่างไปจากที่อื่นก็คงจะเป็นเรื่องที่คุ้มแห่งนี้มีคุกอยู่ใต้อาคาร โดยคุกแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ใช้คุมขังทาสที่ทำผิด โดยแบ่งเป็น 3 ห้องสำหรับโทษทั้ง 3 สถาน พอเกิดการเลิกทาสขึ้น คุกแห่งนี้ก็เปลี่ยนสภาพมาเป็นเรือนจำขังนักโทษแทน กระทั่งเกิดเรือนจำจังหวัดแพร่ขึ้นมาภายหลัง ด้วยสภาพบรรยากาศที่วังเวงและน่ากลัวของคุกใต้คุ้มนี้ ก็มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าในคุกดังกล่าวเต็มไปด้วยวิญญาณพยาบาทมากมายของเหล่านักโทษที่เสียชีวิตในคุก ซึ่งก็นำมาสู่การพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณต่าง ๆ ในยุคหลังเช่นที่เป็นข่าวในปี 2560 เป็นต้น

ในปัจจุบันคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ได้กลายสภาพมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเกี่ยวกับเจ้านายฝ่ายเหนือของเมืองแพร่ โดยชั้นบนเป็นที่ตั้งของห้องบรรทมของเจ้าพิริยเทพวงศ์ ส่วนชั้นล่างจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของเจ้านายฝ่ายเหนือ และประวัติของเจ้านายฝ่ายเหนือ ตลอดจนจัดแสดงห้องว่าราชการและมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นของเมืองแพร่ให้ได้ศึกษากันด้วย

อ้างอิง:

https://thai.tourismthailand.org/Attraction/พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่คุ้มเจ้าหลวง

https://www.museumthailand.com/th/3516/storytelling/คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร

https://www.thairath.co.th/news/local/947748