บำรุงชาติสาสนายาไทย: ร้านขายยาสู่พิพิธภัณฑ์มีชีวิต

💊
🩺

.
ว่าด้วยประวัติศาสตร์การแพทย์แผนไทย จะสามารถแบ่งหมอออกไปได้ 2 ลักษณะ คือหมอหลวง และหมอราษฎร์ โดยสำหรับหมอหวาน เจ้าของบ้านทรงฝรั่งที่เปิดเป็นร้านขายยานี้ จัดอยู่ในหมวดของหมอราษฎร์ แต่ถึงอย่างนั้น ชื่อเสียงของหมอหวานก็เป็นที่โด่งดังจนได้รับเชิญให้ไปรักษาพระราชวงศ์อย่างกรมหลวงเววะวงศ์วโรปการด้วย
.
สำหรับบ้านหมอหวานหลังนี้ นับว่าเป็นร้านขายยาหลังที่ 2 ของหมอหวานโดยหลังแรกคือร้านจำหน่ายยาไทยตราเฉลวที่แยกอุณากรรณ ก่อนที่จะมีร้านใหม่หลังนี้อยู่ไม่ไกลจากร้านเดิม และมีชื่อร้านว่า “บำรุงชาติสาสนายาไทย” บนถนนบำรุงเมือง ถนนสายประวัติศาสตร์ที่ดาดาดไปด้วยตึกแถวสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุเกส ซึ่งวันนี้ #ที่โปรด จะพาไปดูสถาปัตยกรรม “บำรุงชาติสาสนายาไทย” ร้านขายยาหลังที่สองของหมอหวานที่ได้ชื่อว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” กัน
.

📌

กว่าจะมาเป็นบ้านหมอหวาน

บ้านหมอหวานหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2467 ในสมัยรัชกาลที่ 6 หน้าบ้านล้อมด้วยรั้วกำแพงปูนพร้อมเหล็กดัด ส่วนประตูบ้านเป็นเหล็กดัดที่ประดับด้วยไม้แกะสลักเป็นสิงโตคาบดาบซึ่งเป็นเหมือนกับอารักษ์ที่คอยขับไล่ภูติผีปีศาจไม่ให้เข้ามาในบ้านได้
.
ในช่วงปี 2466 นับได้ว่าเป็นจุดตกต่ำของการแพทย์แผนไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการเกิดขึ้นมาของพระราชบัญญัติการแพทย์ ที่แพทย์ทุกคนต้องมีใบประกาศนียบัตรและได้รับอนุญาตให้เป็นแพทย์ทำให้หมอชาวบ้านที่ไม่มีใบประกาศนียบัตรต้องเลิกเป็นหมอเสียหลายคนบ้านของหมอหวานที่สร้างในปีถัดมาจึงได้รับความนิยมในฐานะร้านยาไทยที่ยังคงอยู่ได้ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนผัน
.

📌

ร้านยาไทยสไตล์ฝรั่ง
บ้านหมอหวานเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ซึ่งจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือส่วนสำนักงานและส่วนร้านขายยา โดยอาคารจะแบ่งออกเป็นพื้นที่ทำการด้านหน้าที่มีการก่ออิฐถือปูน ในขณะที่ส่วนที่เป็นบ้านพักอาศัยของหมอหวานจะเป็นเรือนไม้ อาคารปูนด้านหน้าทาสีชมพูอ่อน และมีหน้าต่างประตูที่ทาด้วยสีเขียวใบบัวตัดกันกับสีอาคาร ที่กรอบประตูจะมีชั้นตู้กระจกโชว์ขวดยาต่าง ๆ เหมือนกับร้านค้าในโลกตะวันตก ที่หน้าบันของซุ้มหน้าบ้านเป็นป้ายชื่อร้านพร้อมกับปีที่สร้าง ติดเอาไว้
.
ประตูไม้ของบ้านหมอหวานเป็นไม้แกะสลักและประดับกระจกสีน้ำเงินมีลักษณะเรือนยอดเป็นแบบกอธิคพร้อมกับลายพรรณพฤกษาแบบอาร์ตนูโว และมีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างหม้อยาและเฉลวอยู่บนบานประตูด้วย
.
ตัวอาคารจะมีลักษณะเป็นตึก 2 ชั้นและมีดาดฟ้าสำหรับตากเครื่องยา โดยในปัจจุบันชั้นล่างสุดถูกใช้เป็นร้านขายยากึ่งพิพิธภัณฑ์ และชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัยและสำนักงาน ในชั้นล่างสุดที่เป็นส่วนพิพิธภัณฑ์จะมีตู้ต่าง ๆ ที่จัดแสดงเครื่องใช้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแก้ว เครื่องเบญจรงค์ เครื่องลายคราม มีขวดแบบฝรั่งที่ใช้ใส่ยาต่าง ๆ ที่เป็นยาไทยซึ่งผ่านกระบวนการปรุงยามาแล้ว
.

📌

ร้านขายยา สู่ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
หมอหวานถึงแก่กรรมในปี 2488 กิจการร้านขายยาหลังนี้ก็สืบทอดต่อมาในตระกูลจนในปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่ 4 และยาที่มีในร้านที่ยังขายอยู่นั้นก็ลดปริมาณลงเหลือยาหอมอยู่ 4 ตำรับ ซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสไปยังบ้านหมอหวานก็สามารถเข้าไปอุดหนุนยาไทยนอกเหนือจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ด้วย บ้านหมอหวานจึงเป็นมากกว่าร้านขายยาและพิพิธภัณฑ์ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ยังคงมีการใช้สอยอยู่เรื่อย ๆ จึงทำให้พิพิธภัณฑ์บ้านหมอหวานเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตจากกลไกก็ใช้งานในปัจจุบันที่ไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเต็มตัว
.
“บำรุงชาติสาสนายาไทย” หรือบ้านหมอหวานนับว่าเป็นร้านขายยาแผนไทยที่มีลักษณะไม่ต่างจากห้างยาฝรั่ง และมีร้านขายยาแบบนี้อยู่เพียงร้านเดียวในไทยด้วยที่ยังคงได้รับการดูแลและขายยาให้แก่ผู้ที่ต้องการรวมไปถึงสืบทอดภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยซึ่งถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญมาตั้งแต่ในอดีต และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์มีชีวิตให้กับผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ
.

📍

 พิกัด: https://goo.gl/maps/jQKQQfTw3U1Rp2AR9

⏰

 เวลาทำการ: ทุกวัน 9.00 – 17.00 น. ขณะนี้อาจจะยังไม่เปิดให้บริการเนื่องจากสถานการณ์ Covid-19

💸

 ค่าเข้าชม: ฟรี
.
#ที่โปรด#ผู้กำกับน้อย#หมอหวาน#บ้านหมอหวาน#ท่องเที่ยว#กรุงเทพ
.
อ้างอิง:
เผ่าทอง ทองเจือ. ชมบ้านโบราณ ชิมของอร่อย. 2565. กรุงเทพฯ:สยาม เอ็ม แอนด์ บี พับลิชชิ่ง.