แครมบรูว์เล ขนมฝรั่งเศสที่ถูกเสิร์ฟใน White House

หากพูดถึงต้นกำเนิดของแครมบูรว์เลก็ต้องปวดหัวไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ก็ต่างบอกว่าต้นกำเนิดมาจากตนเองทั้งนั้น แต่หากย้อนไปในช่วงศตวรรษที่ 15 ทั้งอังกฤษและสเปนมีขนมน้ำตาลไหม้ที่หน้าตาคล้ายกับแครมบรูว์เลเช่นเดียวกัน
.
อย่างไรก็ตาม สูตรการทำแครมบรูว์เลถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในปี 1691 จากตำราอาหารฝรั่งเศสชื่อ “Le Cuisinier Royal et Bourgeois” โดย Francois Massialot พ่อครัวประจำพระราชวังแวร์ซาย
.
โดยคำว่าแครมบรูว์เล หรือ Crème Brûlée มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลเป็นไทยว่า ‘ครีมไหม้’ แม้หน้าตาภายนอกดูเหมือนทำง่าย แต่ในความเป็นจริงมีความซับซ้อนพลิกแพลงมากมายพอสมควร วัตถุดิบหลักคือ ครีม น้ำตาล วานิลลา และไข่แดง แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดคือแผ่นคาราเมล หรือ น้ำตาลไหม้ด้านบน ที่รสสัมผัสหวานกรุบกรอบตัดกับความนุ่มละมุนของตัวขนมด้านล่าง จึงไม่แปลกใจว่าใคร ๆ ที่ได้ลิ้มลองก็ต้องหลงรักเจ้าแครมบรูว์เลทั้งนั้น
.
และเจ้าแครมบรูว์เลก็ข้ามฟากดังไกลถึงสหรัฐอเมริกา โดยมีบันทึกว่า Thomas Jefferson ผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดีคนที่ 3 ได้เสิร์ฟขนมชิ้นนี้ในช่วงดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว (White House) อันเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกด้วย
.
อย่างไรก็ตาม ความโด่งดังเป็นพลุแตกของแครมบรูว์เลในสหรัฐฯ เกิดขึ้นเมื่อร้านอาหารไฮแอนด์ชื่อดังในนิวยอร์กชื่อ La Cirque ได้นำแครมบรูว์เลใส่ไว้ในเมนูขนมหวานในช่วง 1980 ด้วย ซึ่งถือเป็นการบ่งบอกสถานะของแครมบรูว์เลในฐานะขนมหวานของเหล่าชนชั้นสูง

#จานโปรด#แครมบรูว์เล#CrèmeBrûlée#ทำเนียบขาว#whitehouse

อ้างอิง:
https://www.gourmandise.com/blog/alittlehistorycremebrulee
https://elmeson-santafe.com/a-brief-history-of-creme-brulee/