กุหลาบจามุน : ดอกไม้งามแห่งวงการขนมหวานอินเดีย

ถ้าถามถึงขนมหวานที่แสนจะหว๊านหวาน ทุกคนจะต้องเคยได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือของขนมหวานสัญชาติอินเดียอย่างแน่นอน ขนมหวานอินเดียมีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิดและมีชื่อเสียงในหมู่ผู้ชื่นชอบอาหารอินเดียและหมู่คนสายมูไม่ว่าจะเป็นจาเลบิ ราสมาลัย ลาดู โมทกะ รวมไปถึงเจ้านมทอดแสนโอชะที่เวลาหยิบเข้าปากแล้วเคี้ยวก็จะสัมผัสได้ถึงความชุ่มฉ่ำสุดฟิน กลิ่นหอมหวล พร้อมกับแคลอรี่มหาศาลอย่าง “กุหลาบจามุน”.ถ้าจะท้าวความถึงประวัติของขนมหวานสุดฟินนี้ต้องย้อนไปไกลถึงยุคเปอร์เซียเรื่องอำนาจ โดยกล่าวกันว่ากุหลาบจามุนมีที่มาจากเปอร์เซียซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านขนมหวานที่หน้าตาคล้ายกันของทางฝั่งอาหรับและตุรกี แต่ก็มีตำนานเล่าว่ากุหลาบจามุนเกิดจากพ่อครัวในราชสำนักของพระเจ้าชาห์จาฮานแห่งจักรวรรดิโมกุล (ผู้สร้างทัชมาฮาล) ที่คิดค้นขึ้นมาจากขนมหวานของเปอร์เซีย.คำว่า “กุหลาบ” คนไทยยืมมาใช้เป็นชื่อของดอกไม้ชนิดหนึ่ง แต่ในภาษาเปอร์เชียคำว่า gol หรือ กุล แปลว่าดอกไม้ และคำว่า ab หรือ ออบ ที่แปลว่าน้ำ กุหลาบจึงมีความหมายว่า น้ำดอกไม้ หรือน้ำแช่กลีบกุหลาบ ส่วนคำว่า “จามุน” เป็นคำในภาษาฮินดี-อูรดู ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ลูกหว้า ฉะนั้นแล้ว กุหลาบจามุนจึงแปลว่า ลูกหว้าในน้ำดอกกุหลาบนั่นเอง.สำหรับกรรมวิธีการทำกุหลาบจามุนนั้น จะใช้นมก้อนแห้ง ที่เรียกกันว่าโคย่า มาผสมกับแป้งและกี (เนยชนิดหนึ่ง) แล้วค่อยนวด ๆ ให้เข้ากันก่อนที่จะปั้นเป็นก้อน ๆ ลงทอดจนมีสีน้ำตาล จากนั้นจึงยกขึ้นมาพักไว้แล้วไปแช่ในน้ำเชื่อมดอกกุหลาบหอม ๆ ตัวนมผสมแป้งก็จะซึมซับเอาน้ำเชื่อมเข้าไปอย่างเต็มเปี่ยม พอเวลากัดเข้าไปความหวานของน้ำเชื่อมก็จะทะลักออกมาพร้อมกับกลิ่นกุหลาบหอม ๆ.กุหลาบจามุนเป็นขนมที่กินได้ในทุกโอกาสไม่ว่าจะทานเล่น ๆ หรือใช้ทำถวายเทพเจ้าในงานเทศกาลทางศาสนาอย่างดีวาลี หรือคเณศจตุรถี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นขนมที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ (ยกเว้นวัว) จึงสามารถนำไปมูถวายเทพเจ้าฮินดูได้อีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองชิมก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านอาหารอินเดียทั่วไปที่มีเมนูของหวานขาย หรือถ้าอยากจะลองชิม “กุหลาบจามุน” ท่ามกลางบรรยากาศแบบอินเดียก็ของเชิญมาลองดูที่ร้านอาหารอินเดียในแถบพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง หรือร้านอาหารใกล้วัดแขกได้เลย.อ้างอิง:https://recipes.timesofindia.com/…/phot…/65841340.cms…