หากพูดถึงสบู่นกแก้ว ![]()
![]()
คงเป็นชื่อที่คุ้นหูมาอย่างยาวนาน เชื่อว่าใคร ๆ ต่างก็รู้จักสบู่พฤกษานกแก้ว สบู่หอมแบบไทยแท้ ๆ 100% ที่เป็นขวัญใจมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ![]()
![]()
.
แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาในยุคที่นิยมใช้สบู่เหลว ในการอาบน้ำแล้วนั้น อาจจะมองว่า สบู่นกแก้ว นั้นเป็นของตกยุค มีแต่คนแก่ที่ใช้ แต่ใครจะรู้ว่า สบู่นกแก้ว นี้อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 70 ปี และในปัจจุบันก็มีสบู่เหลวแล้วนะ แม้รูปโฉมอาจมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่เรื่องความหอมเป็นเอกลักษณ์ก็ยังคงอยู่
.
จุดเริ่มต้นของสบู่นกแก้ว ![]()
ผู้ที่คิดค้นคนแรกก็เป็นชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย
เริ่มมาจากในอดีตนั้นคนไทยยังมีวิถีชีวิตเรียบง่าย อาบน้ำตามแม่น้ำลำคลองแบบไม่ใช้สบู่
มีบ้างเป็นส่วนน้อยที่ใช้สบู่กรด หรือสบู่ก้อนห่อกระดาษหนังสือพิมพ์โต ๆ อาบน้ำรวมกับเอาไว้ใช้ล้างสารพัดสิ่งไปจนถึงซักผ้า
.
จนกระทั่งนักธุรกิจชาวสวิส มิสเตอร์วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์ ประธานกรรมการของห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แอนด์โก ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งยุคนั้น ที่โด่งดังมีชื่อเสียงเรื่องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
เห็นโอกาสทางธุรกิจของสบู่หอม จึงก่อตั้งโรงงานผลิตสบู่เล็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการผลิตสบู่หอม ที่ผลิตด้วยมือทุกก้อน ใช้น้ำหอมนำเข้าจากฝรั่งเศสกับส่วนผสมจากธรรมชาติ เกิดเป็นสูตรลับระดับตำนานอันเลื่องลือ และส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณซอยรูเบีย
ตำแหน่งที่ตั้งแรกของโรงงาน
.
ที่มาของชื่อ “นกแก้ว”
อัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของสบู่พฤกษานกแก้ว มาจากงานอดิเรกที่ชอบเดินป่าของมิสเตอร์วอลเตอร์
ซึ่งครั้งหนึ่งออกเดินสำรวจป่าและประทับใจความสวยงามของนกแก้วไทย จึงตั้งใจออกแบบกลิ่นของสบู่ให้ออกมาหอมกลิ่นธรรมชาติของพฤกษาและดอกไม้ป่านานาพันธุ์
และจนถึงทุกวันนี้กลิ่นหอมในตำนานของสบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวนั้น
.
จุดเด่นของสบู่นกแก้ว ![]()
คือ ก้อนสบู่ที่แข็ง เนื้อสบู่แน่น ไม่เละง่าย ใช้ไปแล้วก้อนไม่แตกไม่หัก สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาคุณภาพสบู่ให้เป็นสบู่หอมชั้นดีตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน หลังจากขายสบู่ก้อนเดียว สีเดียว กลิ่นเดียว
มาตลอด 50 ปี จึงได้มีการพัฒนากลิ่นใหม่ ๆ รวมทั้งหมด 8 กลิ่น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความชอบหลากหลายมากขึ้น
.
สบู่นกแก้ว ไม่ได้เป็นที่นิยมเฉพาะในกลุ่มคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมในระดับนานาชาติ มีการวางจำหน่ายในหลายประเทศ กลุ่มนักท่องเที่ยวยังนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ปัจจุบันนี้ สบู่นกแก้วกลายเป็นของฝากติดอันดับ Top 10 ที่ชาวต่างชาติต่างแนะนำว่าเป็นของฝากที่ต้องซื้อกลับบ้าน
เพราะสบู่นกแก้วเป็นสบู่สมุนไพรไทยที่มีความเป็นไทย มีกลิ่นดอกไม้ไทย อาบแล้วสดชื่น ![]()
มีกลิ่นหอมหลายแบบให้เลือก เป็นการบุกตลาดและขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
.
ต่อให้ในอนาคตข้างหน้า โลกของสบู่จะพลิกโฉมไปอย่างไร กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของนกแก้ว ก็ยังคงอบอวลไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ เมื่อถึงเวลานั้น เราอาจจะต้องมาเดาว่า กลิ่นที่คุ้นเคยนี้จะปรากฏตัวในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง

